
ส่องการค้าและการลงทุน เมียนมา (2)
ธนกร สังขรัตน์CEO of Modern Myanmar Synergy Co., [email protected]การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเมียนมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีทั้งสิ้นประมาณ 1,400 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกว่า 3 ใน 4 ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดมาจากจีน สิงคโปร์ ไทย และฮ่องกง โดยจีนเข้ามาลงทุนในเมียนมาเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนโครงการ 201 โครงการ มีสัดส่วนมูลค่าการลงทุนคิดเป็น 26% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด
ธนกร สังขรัตน์CEO of Modern Myanmar Synergy Co., [email protected]
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเมียนมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีทั้งสิ้นประมาณ 1,400 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกว่า 3 ใน 4 ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดมาจากจีน สิงคโปร์ ไทย และฮ่องกง โดยจีนเข้ามาลงทุนในเมียนมาเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนโครงการ 201 โครงการ มีสัดส่วนมูลค่าการลงทุนคิดเป็น 26% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด
รองมาคือ สิงคโปร์ 265 โครงการ มีสัดส่วนมูลค่าการลงทุน 25% ไทยเป็นอันดับ 3 ด้วยจำนวนโครงการ 156 โครงการ มีสัดส่วนมูลค่าการลงทุน 15% และอันดับ 4 คือ ฮ่องกงเข้ามาลงทุน 89 โครงการ สัดส่วนมูลค่าการลงทุน 6% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด ขณะที่อันดับ 5-10 ได้แก่ สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ เวียดนาม มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ และอินเดีย
เมื่อพิจารณาสัดส่วนอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาจากอดีตถึงปัจจุบันพบว่า ส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานมากที่สุด 14 โครงการ คิดเป็น 28% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด รองมาคืออุตสาหกรรมการผลิต 811 โครงการ คิดเป็น 12% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด ภาคการขนส่งและการสื่อสาร 52 โครงการ คิดเป็น 12% ภาคอสังหาริมทรัพย์ 48 โครงการ คิดเป็น 7% ภาคการโรงแรมและการท่องเที่ยว 71 โครงการ คิดเป็น 4% ภาคเหมืองแร่ 71 โครงการ คิดเป็น 4% ภาคการประมงและปศุสัตว์ 44 โครงการ คิดเป็น 1% และที่ต่ำกว่า 1% อาทิ ภาคการเกษตร 23 โครงการ การนิคมอุตสาหกรรม 4 โครงการ ภาคการก่อสร้าง 2 โครงการ และอื่นๆ อีก 84 โครงการ คิดเป็น 2% ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด
ก่อนที่ประเทศเมียนมาจะเลือกตั้งทั่วไปคือ ปีงบประมาณ 2015-2016 สถานการณ์ลงทุนจากต่างประเทศถือว่าเริ่มกลับมาคึกคักและฟื้นตัวอีกครั้ง โดยการลงทุนจากต่างประเทศมีมูลค่า 9,481 ล้านดอลลาร์ แต่หลังการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง กลับพบว่านักลงทุนจากต่างประเทศชะลอการลงทุนเพื่อดูท่าที (Wait and See) ความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาลจากการบริหารงานของรัฐบาลก่อน ทำให้มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศในปีงบประมาณ 2016-2017 ลดลงเป็น 6,650 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ 2017-2018 เพียงครึ่งปีแรกพบว่ามีมูลค่า 4,137 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณการลงทุนจากต่างประเทศจะเติบโตสูงกว่าปีงบประมาณก่อน
การลงทุนจากต่างประเทศในเมียนมามีพัฒนาการดังนี้ ช่วงปีงบประมาณ 2010-2011 นักลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมพื้นฐาน อาทิ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เป็นต้น โดยช่วงปีงบประมาณ 2011-2013 เริ่มพัฒนาภาคการผลิตหรือโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศเมียนมามากขึ้น รวมถึงภาคการขนส่งและการสื่อสาร ต่อมาในปี 2013-2014 ยังคงมีนักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในภาคการขนส่งและการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเข้ามาลงทุนขนานใหญ่ของกลุ่มทุนจากต่างประเทศในภาคอสังหาริมทรัพย์
ในปีงบประมาณ 2014-2017 อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและอุตสาหกรรมขนส่งและการสื่อสารยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากต่างประเทศ โครงการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย จากนั้นในปีงบประมาณปัจจุบันปี 2017-2018 การลงทุนจากต่างประเทศส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ รองลงมาคือภาคการขนส่งและการสื่อสาร ภาคการผลิต และการนิคมอุตสาหกรรม ตามลำดับ
สำหรับการลงทุนจากนักลงทุนภายในประเทศนั้นพบว่า สัดส่วนการลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 1 ใน 5 หรือ 20% ของการลงทุนทั้งหมด รองลงมาคือการลงทุนในภาคการขนส่งและการสื่อสารคิดเป็น 19% ภาคการผลิตคิดเป็น 18% อุตสาหกรรมก่อสร้าง 16% อุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยว 10% อุตสาหกรรมพลังงาน 7% และอุตสาหกรรมภาคนิคมอุตสาหกรรม 5%
ด้านการจดทะเบียนธุรกิจในเมียนมาจากอดีตถึงปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 59,676 นิติบุคคล แบ่งเป็นการจดทะเบียนของธุรกิจเมียนมาเอง 52,554 นิติบุคคล การจดทะเบียนเป็นสาขาของบริษัทต่างชาติ 5,843 ราย การจดทะเบียนเป็นโครงการความร่วมมือ 1,072 ราย การจดทะเบียนเป็น ผู้ร่วมทุน 69 ราย และการจดทะเบียนเป็นสมาคม 138 ราย







