posttoday
ไอพีโอทะลัก2หมื่นล้าน

ไอพีโอทะลัก2หมื่นล้าน

13 พฤศจิกายน 2560

ก.ล.ต.สรุปสถิติไตรมาส 3 มีไอพีโอเสนอขายเพิ่มขึ้น 100% เป็น 16 บริษัท มูลค่า 2 หมื่นล้าน พุ่ง 104% TOA คาดไตรมาส 4 ฟื้น

ก.ล.ต.สรุปสถิติไตรมาส 3 มีไอพีโอเสนอขายเพิ่มขึ้น 100% เป็น 16 บริษัท มูลค่า 2 หมื่นล้าน พุ่ง 104% TOA คาดไตรมาส 4 ฟื้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สรุปสถิติสำคัญไตรมาส 3 ปี 2560 พบว่ามีการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นประเภทตราสารทุน 16 บริษัท มูลค่า 8.7 หมื่นล้านบาท จำนวนเพิ่มขึ้น 78% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 9 บริษัท มูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท แต่ถ้าคิดเป็นมูลค่าลดลง 16% และปี 2559 ที่ 28 บริษัท มูลค่า 1.9 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ จำนวนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เพิ่มขึ้น 100% เป็น 16 บริษัท มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8 บริษัท มูลค่า 9,764 ล้านบาท มูลค่าเพิ่มขึ้น 104% และ 27 บริษัท ในปี 2559 มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน (พีโอ) ไม่มีเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 1 บริษัท และปี 2559 จำนวน 1 บริษัท

สำหรับมูลค่าการเสนอขายตราสารหนี้ 9.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 3.1 ล้านบาท ในปี 2559 เป็นการเสนอขายในประเทศ 8.74 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3 ล้านบาท ในปี 2559 เป็นตราสารหนี้ระยะสั้น 6.81 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2.3 ล้านบาท ในปี 2559 ตราสารหนี้ระยะยาว 1.93 แสนล้านบาท ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 800 ล้านบาท ในปี 2559

นอกจากนั้น เป็นการเสนอขายต่างประเทศ 7.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 294% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 6.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2559

อย่างไรก็ดี มูลค่าการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) 665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1,929 ล้านบาท ในปี 2559

มีกองทุนรวมออกใหม่ 1,360 กองทุนใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 1,348 กองทุน และปี 2559 อยู่ที่ 1,394 กองทุน ในขณะที่มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ก็ใกล้เคียงกัน 4 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มีการทำคำเสนอซื้อหุ้นเพื่อครอบงำกิจการ 6 แห่งลดลงจาก 7 แห่งช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 19 แห่งในปี 2559 ในขณะที่มูลค่าหุ้นที่เกิดการครอบงำกิจการ 8,318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 225% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 9.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2559

ด้านข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียน 166 ราย ยุติแล้ว 12 เรื่อง กำลังดำเนินการ 154 เรื่อง เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารและกรรมการบริษัทจดทะเบียน 78 เรื่อง การออกและเสนอขายตราสารหนี้ 20 เรื่อง การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ 19 เรื่อง และอื่นๆ อีก 49 เรื่อง

นายพงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) (TOA) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินธุรกิจไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าจะฟื้นตัวจากไตรมาส 3 จากภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น การออกมาตรการช็อปช่วยชาติของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลดีต่อบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าและความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง เพื่อนำไปปรับปรุงและก่อสร้างที่อยู่อาศัย รวมถึงช่วงปลายปีนี้เครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่เป็นร้านค้าปลีกจะเริ่มสั่งสินค้าเก็บสต๊อกเพื่อเตรียมรับฤดูการขายรอบใหม่

ขณะที่ตลาดอาเซียนที่เป็นตลาดหลักของ TOA คาดว่าจะมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์สีทาอาคารเพิ่มขึ้น จากการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ที่ส่งผลดีต่อภาพรวมการก่อสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละประเทศ โดยบริษัทวางแผนเพิ่มจำนวนเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายร้านค้าปลีกในภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคารในเกรดพรีเมียมเพื่อผลักดันการเติบโตของตลาดส่งออก

TOA ได้เดินหน้าขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนตามแผนงานที่วางไว้ โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิตสีแห่งใหม่ในต่างประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เมียนมา ที่มีแผนย้ายโรงงานจากเมืองย่างกุ้งไปอยู่ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ติละวาและในกัมพูชา

สำหรับไตรมาส 3 ปี 2560 TOA มีกำไร 350 ล้านบาท ลดลง 41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไร 1,243 ล้านบาท ลดลง 38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากผลกระทบจากภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้าง ที่ประสบภาวะกำลังชะลอตัวจากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นประกอบกับเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ของการขายสินค้าวัสดุก่อสร้างและราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ผันผวน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ