posttoday
วางแผนเกษียณฉบับผู้จัดการกองทุน

วางแผนเกษียณฉบับผู้จัดการกองทุน

08 พฤศจิกายน 2560

พูลศรี เจริญ"อยากเกษียณตอนที่อายุยังไม่มากเกินไป เพราะอยากมีโอกาสทำอะไรหลายๆ อย่างที่ชอบ อยากเดินทางไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ อยากจะมีเวลาออกกำลังกาย เรียนทำอาหาร ปลูกผักสวนครัว ฯลฯ"

พูลศรี เจริญ

"อยากเกษียณตอนที่อายุยังไม่มากเกินไป เพราะอยากมีโอกาสทำอะไรหลายๆ อย่างที่ชอบ อยากเดินทางไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ อยากจะมีเวลาออกกำลังกาย เรียนทำอาหาร ปลูกผักสวนครัว ฯลฯ"

จากเป้าหมายในชีวิตที่กล่าวข้างต้น ทำให้ เมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางกอกแคปปิตอล คุณแม่ลูก 2 คน ในวัย 44 ปี ได้วางแผนเรื่องการออม การลงทุน เพื่อรองรับวัยเกษียณอย่างมีระเบียบแบบแผน ดังนี้

สำหรับรายได้ ซึ่งเธอใช้คำว่ารายได้ของครอบครัว จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรก สำรองไว้เป็นทุนการศึกษาของลูกทั้งสองคน

ส่วนที่สอง เงินที่จะส่งต่อให้ลูกเมื่อโตขึ้น

ส่วนที่สาม เงินที่ออมไว้สำหรับใช้เองหลังเกษียณ

ช่องทางการส่งเงินไปทำงานเพื่อให้เกิดดอกผล เมธ์วดี บอกว่าจะมีตั้งแต่สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง และมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป เช่น เงินฝากธนาคาร เงินลงทุนในกองทุนรวม เงินลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ ตลอดจนการลงทุนในต่างประเทศ

สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ภาพวาด อัญมณี นอกจากนี้ยังซื้อประกันชีวิตไว้ด้วย

ทั้งนี้ เงินออมในส่วนที่เป็นทุนการศึกษาของลูก จะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพและมีผลตอบแทนสม่ำเสมอ เช่น เงินปันผล หรือดอกเบี้ย และมีเงินลงทุนในต่างประเทศสำหรับเป็นทุนการศึกษาของลูกในอนาคต

ในส่วนของเงินที่จะส่งต่อให้ลูกหลานนั้น เนื่องจากเป็นเงินลงทุนระยะยาว จึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นและมีสภาพคล่องต่ำได้ เช่น ลงทุนในหุ้น และอสังหาริมทรัพย์

เงินส่วนสุดท้าย เป็นการออมไว้ใช้ยามเกษียณอายุ จะออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

นอกจากนี้ ลงทุนในกองทุนรวมที่ให้ผลประโยชน์ทางภาษี เช่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

ไม่เพียงเท่านี้เธอยังมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่ได้มาจากการเป็นพนักงานของบริษัทที่ทำงานอยู่

เงินออมส่วนที่เหลือ จะจัดในรูปของการทำ Asset Allocation หรือการจัดพอร์ตลงทุน ซึ่งจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนตามอายุที่มากขึ้น จนถึงวัยเกษียณอายุ

เมธ์วดี เล่าว่า เคยมีความคิดจะเกษียณเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วและคิดว่าคงไม่เกิดขึ้นภายใน 5 ปีนี้ เนื่องจากในฐานะแม่ทัพของ บลจ.บางกอกแคปปิตอล จึงมีภาระหน้าที่ ที่จะต้องนำพาบริษัทที่ช่วยก่อตั้งให้ประสบความสำเร็จก่อน

นอกจากเตรียมความพร้อมเรื่องการเงินแล้ว เมธ์วดี ยังให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องสุขภาพอีกด้วย

"ปกติจะพยายามจัดเวลาสำหรับออกกำลังกายให้กับตัวเอง แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของชีวิต"

เธอเล่าว่า ช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ จะออกกำลังกายหลังเลิกงานเกือบ ทุกวัน

แต่ตอนนี้ด้วยตำแหน่งงานที่ใหญ่ขึ้น ภาระหน้าที่ก็มากขึ้นทำให้มีเวลาออกกำลังกายน้อยลง แต่ก็พยายามหาเวลาออกกำลังกาย

"ปัจจุบันเวลาแทบจะหมดไปกับเรื่องงานและกิจกรรมของลูก แต่ทุกวันอาทิตย์จะมีเทรนเนอร์มาสอนเทรน พิลาทิสให้"

ส่วนกลางสัปดาห์ เธอบอกว่าถ้ามีเวลาก็จะออกกำลังกายที่บ้าน เล่น พิลาทิส วิ่ง เครื่องเล่นเวต ว่ายน้ำ ในช่วงค่ำหลังเลิกงานหรือช่วงเช้าก่อนออกไปทำงาน บางอาทิตย์เหนื่อยก็อาจไม่ได้ออกกำลังกายเลย

สำหรับเรื่องการบริโภคอาหาร เมธ์วดี บอกว่า ไม่ได้มีข้อจำกัดอะไร เป็นคนชอบรับประทานและชอบที่จะลองอาหารหรือร้านใหม่ๆ จะพยายามรับประทานมื้อเบาสลับกับมื้อหนัก ส่วนมากชอบรับประทานอาหารและขนมที่ทำเอง เพราะสามารถควบคุมส่วนผสมได้ พยายามเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปลอดสารและไขมันต่ำ

นอกจากนี้ เธอบอกว่าการรับประทานอาหารที่ทำเองในบ้านมีส่วนช่วยอย่างมากในเรื่องสุขภาพ และช่วยป้องกันภาวะน้ำหนักเกิน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย