
เทคโนโลยีสร้างสีสัน การตลาดท่องเที่ยว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จัดทำการสำรวจพฤติกรรมคนกรุงเทพฯ เดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 พบว่าคนกรุงเทพฯ มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 75.4% ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่าไม่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 24.6% ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด สำหรับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1ของคนกรุงเทพฯ ยังคงเป็น จ.เชียงใหม่
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จัดทำการสำรวจพฤติกรรมคนกรุงเทพฯ เดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 พบว่าคนกรุงเทพฯ มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 75.4% ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่าไม่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 24.6% ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด สำหรับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1ของคนกรุงเทพฯ ยังคงเป็น จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากผลสำรวจที่สะท้อนให้ เห็นว่าคนกรุงเทพฯ มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ กอปรกับบรรยากาศในประเทศ รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว น่าจะเป็นแรงบวกที่ดีต่อทิศทางการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 นี้ การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ของคนกรุงเทพฯ น่าจะก่อให้เกิดรายได้แก่การท่องเที่ยวในประเทศเป็นมูลค่า 46,450 ล้านบาท หรือขยายตัวประมาณ 6.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี จะเป็น ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวใน ประเทศ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้จัดทำการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯ สำหรับจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ทำการสำรวจในครั้งนี้มี 450 คน โดยผลสำรวจสามารถสรุปได้ ดังนี้ ไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 ผลสำรวจพบว่า คนกรุงเทพฯ มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศคิดเป็นสัดส่วน 75.4%
จากผลสำรวจ พบว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 คนกรุงเทพฯ มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 75.4% ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด (เป็นท่องเที่ยวที่พักค้างคืน) ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่าไม่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 24.6% ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด โดยกลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวได้ให้เหตุผลประกอบ
สำหรับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่คนกรุงเทพฯ เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 นี้ พบว่า กลุ่มตัวอย่างเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือ คิดเป็น 33.5% รองลงมา คือ ภาคตะวันออก คิดเป็น 17.8% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นสัดส่วน 15.9% ของกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ที่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ
ขณะที่เมื่อพิจารณาเมืองท่องเที่ยวที่กลุ่มตัวอย่างเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ ขณะที่รองลงมา คือ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงราย และภูเก็ต
ในยุคนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทในธุรกิจการท่องเที่ยวมากขึ้น ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ใช้สังคมออนไลน์เป็นช่องทางในการทำตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะที่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวจะใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการหาข้อมูลและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวให้เกิดการรับรู้เป็นวงกว้าง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สอบถามถึงอิทธิพลของสื่อออนไลน์ที่มีต่อการท่องเที่ยวในกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ที่มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 พบว่า เฟซบุ๊ก เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างมากที่สุด รองลงมา คือ อินสตาแกรม
ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างมองว่า สื่อสังคมออนไลน์ทำให้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวและเข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวได้มากขึ้น นอกจากนี้ การลงรูปภาพและการทำโฆษณาของสถานที่ท่องเที่ยวบนสื่อออนไลน์ยังมีอิทธิพลให้เกิดความอยากไปสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ อีกทั้งยังทำให้เข้าถึงข้อมูลการตลาดของผู้ประกอบการ เช่น การทำโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ เป็นต้น
และเมื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างถึงการแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวผ่านสังคมออนไลน์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างกว่า 77% ตอบว่ามีการแชร์รูปท่องเที่ยวในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวผ่านสังคมออนไลน์ ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 23% ตอบว่าไม่แชร์รูปท่องเที่ยวในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวผ่านสังคมออนไลน์ โดยสื่อสังคมออนไลน์ที่กลุ่มตัวอย่างนิยมแชร์ภาพการเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุด คือ เฟซบุ๊ก รองลงมา คือ การแชร์ภาพผ่านอินสตาแกรม
จากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีสื่อสารเข้ามามีส่วนสำคัญในการวางแผนการท่องเที่ยวมากขึ้น และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวหลายรายได้ปรับกลยุทธ์การทำตลาดโดยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจที่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการทำตลาดอย่างกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กเข้ามาใช้ช่องทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ในการทำตลาดสื่อสารประชาสัมพันธ์ ด้วยการสร้างเรื่องราวของสถานที่ สินค้าและบริการ รวมถึงการออกแบบสถานที่ให้มีความน่าสนใจเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการเกิดอารมณ์ร่วมมีการถ่ายรูปและแบ่งปันในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ธุรกิจอีกทางหนึ่งเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวอาจจะนำเทคโนโลยีรูปแบบอื่นๆ ที่ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถนำมาปรับใช้ อาทิ การนำ QR Code เข้ามาใช้ โดยผู้ประกอบการสามารถสร้าง QR Code ด้วยการเชื่อมต่อกับคลิปวิดีโอ หรือเว็บไซต์ของผู้ประกอบการธุรกิจ หรือการนำเทคโนโลยี Augmented Reality หรือ AR เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความตื่นเต้น เร้าใจในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการหรือซื้อสินค้าในสถานที่ของตน ซึ่งจะเกิดการแบ่งปันและบอกต่อ
การเดินทางท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 : ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6,450 บาท/คน/ทริป







