
การรู้ทันสารสนเทศ (จบ)
ชัชวาล สังคีตตระการในตอนที่แล้ว ผมเล่าถึงความสามารถในการรู้หนังสือ (Literacy) ที่มีมากกว่าการอ่านออกเขียนได้ ถือเป็นทักษะที่คนในยุคนี้จำเป็นต้องมีติดตัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกวันนี้แหล่งข้อมูลข่าวสารมีอยู่ในทุกหนแห่งที่มีอินเทอร์เน็ตเข้าไปถึง นอกจากนี้การที่ใครๆ ก็สามารถสร้างเนื้อหาเองได้ (User-Generated Content) กลับทำให้เรายิ่งต้องระมัดระวังอยู่เสมอในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้
ชัชวาล สังคีตตระการ
ในตอนที่แล้ว ผมเล่าถึงความสามารถในการรู้หนังสือ (Literacy) ที่มีมากกว่าการอ่านออกเขียนได้ ถือเป็นทักษะที่คนในยุคนี้จำเป็นต้องมีติดตัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกวันนี้แหล่งข้อมูลข่าวสารมีอยู่ในทุกหนแห่งที่มีอินเทอร์เน็ตเข้าไปถึง นอกจากนี้การที่ใครๆ ก็สามารถสร้างเนื้อหาเองได้ (User-Generated Content) กลับทำให้เรายิ่งต้องระมัดระวังอยู่เสมอในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเหล่านี้
การมีทักษะดังที่กล่าวมา ก็คือการรู้สารสนเทศ (Information Literacy) จะทำให้เรามีสติในการรับรู้อยู่เสมอ และในยุคนี้การมีสติในการรับรู้ข่าวสารก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
แต่หากเป็นข้อมูลในประเด็นที่น่าสนใจและอยากส่งต่อให้คนอื่น ผมจึงจะเริ่มค้นคว้าเพิ่มเติม ซึ่งอินเทอร์เน็ตก็มีข้อมูลไว้ให้เราเปรียบเทียบมากมาย เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องจริง แล้วจึงค่อยเชื่อหรือส่งต่อให้คนอื่นได้ เช่น มีการแชร์ข่าวที่ดูหวือหวา น่าส่งต่อ ก็ต้องเอะใจไว้ก่อนว่าข่าวนี้เท็จจริงแค่ไหน แค่เราเอาหัวข้อข่าว คำสำคัญบางคำ หรือรูปภาพ ไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตหรือกูเกิล ก็แทบจะทราบทันทีว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เป็นเทคนิคที่ผมใช้อยู่ตลอดเวลา และมันก็ได้ผลจริงๆ ครับ ผมถือคติว่า แชร์ช้ากว่า ไม่เท่ไม่เป็นไร แต่หากแชร์เร็วกว่า แต่กลายเป็นเรื่องผิดๆ นั้นน่าอายกว่า
การที่เทคโนโลยีปัจจุบันทำให้เราทำอะไรต่างๆ ได้ง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว จนบางครั้งก็ทำให้เราเผลอลืมที่จะฉุกคิด และหยุดให้ช้าลงเพื่อพิจารณาสิ่งที่ได้รับมาให้ดีก่อน เมื่อเชื่อและส่งต่อสิ่งเหล่านั้นออกไป แต่กลับมารู้ทีหลังว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และอาจสร้างความเสียหายด้านต่างๆ ให้กับตนเองและผู้อื่น หลายคนมักใช้คำว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือสมัยนี้มักเรียกว่า "การหงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์" ซึ่งหากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นแสดงให้เห็นว่า คือความไม่ใส่ใจ และทำลงไปโดยไม่ได้คิดถึงผลกระทบที่จะตามมานั่นเอง
กรณีที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเพราะขาดความรู้ทันสารสนเทศแทบทั้งสิ้น ทำให้เมื่อได้ข้อมูลข่าวสารมาแล้ว ไม่ได้ตรึกตรองให้ถ้วนถี่ก่อนส่งต่อออกไป และมักจะพูดกันว่า "เป็นสิทธิที่จะสามารถทำได้ และเป็นเรื่องวิจารณญาณของคนรับต่อเอง" แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า เสรีภาพควรมาพร้อมความรับผิดชอบต่อสังคมเสมอ และในโลกออนไลน์นั้น ผู้คนมักจะเชื่อข้อมูลข่าวสารต่างๆ โดยให้ความเชื่อมั่นของแหล่งที่มา มากกว่าการจะพิสูจน์หาความจริงเองหลัง ซึ่งมักกลายเป็นปัญหาแบบลูกโซ่ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
ดังนั้น เมื่อเรารับข่าวสารข้อมูลใดๆ ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะแชร์ต่อ เพราะต้องระลึกไว้เสมอว่า เมื่อเราแชร์หรือส่งต่อเรื่องนั้นออกไป ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งที่เชื่อมั่นในตัวเรา พร้อมที่จะเชื่อข้อมูลเหล่านั้น การที่เราไม่ได้รู้สึก รับผิดชอบในตอนนี้ ก็จะทำให้เราต้องสูญเสียความน่าเชื่อถือไปในที่สุด
การที่เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารมีความก้าวหน้า สะดวกรวดเร็ว เราทุกคนยิ่งต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ต้องรู้เท่าทันตลอดเวลา เพื่อจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น แม้กระทั่งต่อตัวเราเอง n







