posttoday
3 ข้อช่วยชีวิตฟรีแลนซ์มั่นคง

3 ข้อช่วยชีวิตฟรีแลนซ์มั่นคง

01 พฤศจิกายน 2560

การทำงานอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ฟังดูแล้วก็เหมือนจะอิสระดี อยากเข้าออกงานเวลาไหนก็ได้ไม่มีอะไรตายตัว แต่ในอีกมุมหนึ่งหากขาดการบริหารจัดการที่ดี ชีวิตการเงินแบบฟรีแลนซ์ก็อาจจะพังเอาได้ง่ายๆ แถมสิ่งที่คิดว่าอิสระก็ไม่จริงเสมอไป

การทำงานอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ฟังดูแล้วก็เหมือนจะอิสระดี อยากเข้าออกงานเวลาไหนก็ได้ไม่มีอะไรตายตัว แต่ในอีกมุมหนึ่งหากขาดการบริหารจัดการที่ดี ชีวิตการเงินแบบฟรีแลนซ์ก็อาจจะพังเอาได้ง่ายๆ แถมสิ่งที่คิดว่าอิสระก็ไม่จริงเสมอไป

ถ้างานด่วน งานเร่ง ลูกค้าก็ตามงานได้ตลอดเวลา ในช่วงที่งานเข้ามาพร้อมกันมากๆ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะกลัวลูกค้าไม่ส่งงานมาให้อีก บางเดือนไม่มีงานเข้ามาเลย ก็ขาดรายได้กันไป

หรือหากช่วงไหนรับงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาพักผ่อน ก็กลายเป็นความเจ็บป่วย สวัสดิการรักษาพยาบาลก็ไม่มีเหมือนพนักงานออฟฟิศ ต้องควักเนื้อจ่ายเองเสียอีก เรียกได้ว่าถ้ารักจะเป็นฟรีแลนซ์ ต้องจัดการชีวิตตัวเองให้เข้มงวดกว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วไปเสียอีก

เมื่อไม่นานมานี้ K-Expert ที่ปรึกษาการเงิน ธนาคารกสิกรไทย ได้จัดงานสัมมนา "ยอดมนุษย์ ฟรีแลนซ์ เหนื่อยนัก ก็พักได้" โดยในงานนำเสนอคำแนะนำที่น่าสนใจ พร้อมมีฟรีแลนซ์ตัวจริงอย่าง เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับชื่อดัง และ ปอมชาน-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง นักวาดภาพประกอบระดับโลก มานำเสนอเทคนิคของตัวเอง

จากเนื้อหาทั้งหมดพอจะสรุปเป็นหลักสำคัญที่น่าสนใจได้ 3 ข้อ คือ "งานตรึม เงินเต็ม เจ็บไม่จน"

เริ่มกันที่ งานตรึม

เนื่องจากงานคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฟรีแลนซ์ เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งที่มาของรายได้แล้ว งานยังเป็นแบรนด์ของฟรีแลนซ์แต่ละคน

เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ได้แบ่งปันแนวคิดในการทำงานว่า "เน้นทำงานน้อยชิ้นแต่มีคุณภาพ"

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้มีเวลาคิดและแก้ไขงานได้อย่างเต็มที่ มีเวลาเปิดสมองให้ปลอดโปร่ง เพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุด และเมื่องานเรามีคุณภาพก็มีความเป็นไปได้สูงที่ลูกค้าจะป้อนงานให้เราอีก เพราะเกิดความ เชื่อมั่นและยังเกิดการบอกต่ออีกด้วย

ขณะที่ ปอมชาน-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง ให้เทคนิคให้ได้งานคือ การวางแผนหาลูกค้าอย่างเป็นระบบ โดยให้เราลองวิเคราะห์ดูว่าลูกค้ากลุ่มไหนจะชื่นชอบและต้องการงานของเราและเลือกติดต่อหาลูกค้ากลุ่มนั้น เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โอกาสที่จะได้งานก็สูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังใช้หลัก "10%" คือ ในจำนวนคนที่เราส่งงานของเราไปทั้งหมด จะมีประมาณ 10% ที่ตอบรับกลับมา และจากจำนวนนั้น จะมี 10% ที่จะเป็นลูกค้าของเรา

ต่อมาคือหลัก เงินเต็ม

ฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอนสูงกว่าพนักงานออฟฟิศ เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่างานและเงินจะเข้าออกช่วงไหนบ้าง ดังนั้น K-Expert จึงแนะนำว่าเงินก้อนแรกที่ฟรีแลนซ์ควรจะมีเก็บไว้ คือ "เงินสำรอง" ประมาณ 6 เท่าของค่าใช้จ่าย ต่อเดือน

ทั้งนี้ เพราะต้องเผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่าง เช่น งานไม่มี เงินไม่เข้า รอรับเงินจากลูกค้า ก็จะได้มีเงินสำรองมาใช้จ่าย โดยควรจะเก็บสำรองในบัญชีเงินฝาก หรือกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำ

เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น หรือกองทุนรวมตลาดเงิน เนื่องจากมีสภาพคล่องสูงและให้ผลตอบแทนดี

หลังจากมีเงินสำรองแล้ว ฟรีแลนซ์ควรแบ่งเงินมาลงทุนด้วย ไม่ควรเก็บในบัญชีเงินฝากอย่างเดียว เพราะจะเสียโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า

แม้หลายคนบอกว่าไม่กล้าลงทุน กลัวความเสี่ยง แต่อยากเตือนให้นึกถึงความเสี่ยงที่น่ากลัวกว่าความเสี่ยงจากการลงทุน นั่นคือความเสี่ยงของเงินในบัญชีเงินฝากที่จะโตไม่ทันราคาของที่แพงขึ้น ทำให้มีเงินไม่พอใช้แบบไม่รู้ตัว

K-Expert ยังแนะนำว่า การลงทุนมีหลายระดับความเสี่ยงให้เลือกลงทุน ทางที่ดีคือควรทำความรู้จักตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหน เหมาะกับการลงทุนแบบใด และศึกษาสิ่งที่จะลงทุนให้เข้าใจอย่างแท้จริง

สำหรับสินทรัพย์ทางการเงิน ที่ฟรีแลนซ์ควรมี เพื่อชดเชยความไม่แน่นอนของรายได้ อาจเป็นหุ้นปันผล หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงการปล่อยเช่าคอนโด ซึ่งการลงทุนเหล่านี้จะช่วยให้มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น

ด้านเงินก้อนสุดท้ายที่ฟรีแลนซ์ควรนึกถึงคือ "เงินเกษียณ" อย่าคิดว่าอีกนาน เดี๋ยวค่อยเก็บ แต่ควรคิดว่า ยิ่งเริ่มเก็บเร็ว เงินที่จะมีใช้สำหรับชีวิตหลังเกษียณก็มากขึ้น

บางคนอาจคิดว่าฟรีแลนซ์เป็นอาชีพอิสระ ไม่มีกำหนดเกษียณอายุ สามารถรับงานได้เรื่อยๆ แต่ในความเป็นจริง อายุที่มากขึ้นอาจทำให้รับงานได้น้อยลง คงจะดีกว่ามาก ถ้าจะได้พักผ่อนอย่างสบายๆ ในบั้นปลายของชีวิต มากกว่าจะมากังวลว่าเงินจะพอใช้หรือไม่

หลักข้อสุดท้ายคือ เจ็บไม่จน

อย่างที่รู้กันดีว่าฟรีแลนซ์ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล เมื่อเจ็บป่วยก็ต้องดูแลค่าใช้จ่ายเองเต็มๆ ดังนั้น แนวทางที่จะช่วยแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาลได้ก็คือการทำ "ประกันสุขภาพ" และ "ประกันโรคร้ายแรง" เสมือนจ่ายเงินก้อนเล็กๆ เตรียมไว้รองรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนั้น ควรทำ "ประกันชดเชยรายได้" เพื่อความอุ่นใจ เพราะหากต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ไม่สามารถรับงานได้ ก็ยังมีประกันช่วยจ่ายเงินชดเชยตามจำนวนวันที่นอนโรงพยาบาล แต่ไม่ว่าจะเลือกทำประกันแบบไหน ก็ควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะประกันแต่ละชนิด ของแต่ละบริษัทก็จะมีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป

อย่างไรก็ตาม หากฟรีแลนซ์ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถเข้าไปรับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวได้กับ K-Expert Center ชั้น 2 จามจุรีสแควร์ ซึ่งที่นี่จะมีการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปด้านการเงินและการลงทุนอยู่เป็นประจำ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สามารถหาข้อมูลได้จาก www.askkbank.com/k-expert

เหล่านี้เป็นคำแนะนำจากฟรีแลนซ์ตัวจริง รวมถึง K-Expert ธนาคารกสิกรไทย โดยเชื่อว่าหากฟรีแลนซ์สามารถรักษาสมดุลชีวิตทั้ง 3 ด้านที่ว่า มาได้ก็จะสร้างความมั่นคงในชีวิตได้

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย