
รู้จัก ICO ก่อนคิดลงทุน
ปริย เตชะมวลไววิทย์ & ฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน & สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ช่วงปีที่ผ่านมานี้ ประเด็นที่เป็นที่สนใจในแวดวงตลาดเงิน ตลาดทุน คงหนีไม่พ้น "ICO (ไอซีโอ)" จริงๆ ครับ
ปริย เตชะมวลไววิทย์ & ฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน & สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ช่วงปีที่ผ่านมานี้ ประเด็นที่เป็นที่สนใจในแวดวงตลาดเงิน ตลาดทุน คงหนีไม่พ้น "ICO (ไอซีโอ)" จริงๆ ครับ
หลายท่านอาจได้ยินข่าวสารมาหลากหลาย และอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการระดมทุน ICO รวมถึงบทบาทของ ก.ล.ต.ในเรื่องนี้ ผมจึงอยากพูดถึง ICO ในบทความนี้ครับ
ก่อนอื่นขอเริ่มจากคำว่า ICO คืออะไรกันก่อนนะครับ ICO หรือชื่อเต็มคือ Initial Coin Offering คือการระดมทุนแบบดิจิทัลด้วยการเสนอขายดิจิทัลโทเคน (Digital Token) ผ่านระบบบล็อกเชนต่อสาธารณชน โดยผู้ระดมทุนจะเป็นผู้ออก Digital Token มาแลกกับเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) สกุลหลัก เช่น Bitcoin หรือ Ether ถือเป็นช่องทาง การเข้าถึงเงินทุนที่สะดวกรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่าย ไม่สูงนัก ทำให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มเทคสตาร์ทอัพกันอย่างมากครับ โดย ICO ในช่วงปีที่ผ่านมา มีการเติบโตสูงแบบก้าวกระโดด ขนาดที่ว่ามีมูลค่าสูง กว่าการระดมทุนผ่านกิจการเงินร่วมทุน (Venture Capital) แล้วทีเดียว
เหตุผลที่ ก.ล.ต.เข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ ก็เพราะตัว Digital Token ที่ผู้ระดมทุนเป็นผู้ออกนี่แหละครับ ที่บางกรณีอาจมีลักษณะเข้าข่ายเป็นตราสารทางการเงินคล้ายกับหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และสังคมได้มีการตั้งคำถามว่า ICO สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานหรือไม่
ผมขออธิบายดังนี้ครับ ICO สามารถออกแบบให้ Digital Token แสดงถึงสิทธิของผู้ถือ Token ได้อย่างหลากหลาย อาทิ การออกดิจิทัลโทเคนที่ให้สิทธิผู้ถือในการได้รับสินค้าหรือบริการ ซึ่งอาจเปรียบได้กับคูปองที่ใช้ซื้อสินค้า รวมถึงสิทธิในการได้รับส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากการประกอบธุรกิจ เป็นต้น โดย ICO ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของสำนักงานนั้นจะต้องมีลักษณะเข้าข่ายเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ครับ
ในส่วนของกระบวนการเสนอขาย ICO นั้น ง่ายกว่าและคล่องตัวสำหรับธุรกิจกว่ามาก ในขั้นต้นสตาร์ทอัพจะแสดงเจตนารมณ์ที่จะระดมทุนผ่าน ICO ทางเว็บไซต์ เพื่อโน้มน้าวนักลงทุนและประเมินกระแสความสนใจผ่านสื่อโซเชียล มีเดีย จากนั้นบริษัทจะทำการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ รูปแบบธุรกิจ และแผนการเสนอขาย ผ่านเอกสารที่เรียกว่า White Paper โดยในขั้นตอนนี้ บริษัทจะได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ที่สนใจ และอาจแก้ไข White Paper เพื่อปรับปรุงโครงการให้ดียิ่งขึ้นได้ ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนการเสนอขาย บริษัทจะทำการตลาดหรือโรดโชว์ (Road Show) ผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการทำไอพีโอมาก และ มีการกำหนดวันเสนอขายให้ผู้ลงทุนทราบ บางบริษัทอาจจัดให้มี Pre-Sale ก่อนเสนอขายจริงก็ได้ การเสนอขายนั้นจะทำผ่านระบบสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contact) โดยผู้ลงทุนเพียงทำการโอน แลกเหรียญเงินดิจิทัลกับ Digital Token ของบริษัท ผ่านการแลกเปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัลของทั้งสองฝ่าย ซึ่งทำได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้ Digital Token ดังกล่าวก็จะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดซื้อขายเหรียญเงินดิจิทัลและ Digital Token ต่อไปเพื่อให้ผู้ลงทุนซื้อขายเปลี่ยนมือได้
แม้ว่าการลงทุนใน ICO นั้นจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงมากหากประสบความสำเร็จ แต่ทั้งนี้ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกันครับ เพราะผู้ลงทุนอาจเสียเงินทั้งจำนวนได้ ดังนั้น การศึกษาทำความเข้าใจรูปแบบการลงทุนก่อนตัดสินใจ จึงเป็นสิ่งที่ ควรทำเพื่อลดความเสี่ยงให้ผู้ลงทุนครับ โดยสิ่งที่ ควรศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุนมีต่อไปนี้ครับ (1) รู้จุดประสงค์ว่าผู้ระดมทุนนำเงินไปทำอะไร มีแผน ธุรกิจที่ชัดเจนหรือไม่ (2) ทราบสิทธิผู้ถือ Token จากเอกสารการเสนอขาย (White Paper) (3) ตรวจสอบว่ามีการเปิดเผย Smart Contract บน เว็บไซต์ และ สอดคล้องกับ White Paper หรือไม่ (4) ตรวจสอบว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลหรือแพลตฟอร์มที่ใช้ในการระดมทุนดูรัดกุม น่าเชื่อถือ ไม่มีข่าวว่า ถูก Hacked เป็น Fraud หรือ Scam
นอกจากนี้ ยังมีข้อควรระวังที่ผู้ลงทุนควรทราบก่อนการลงทุน คือ (1) ระวังโดนโกงหรือหลอกลวงจากต่างประเทศ เนื่องจาก ICO เป็นธุรกรรมข้ามประเทศ หากธุรกิจไม่มีข้อมูลให้ตรวจสอบได้อย่างเพียงพอ ผู้ลงทุนอาจถูกหลอกลวงหรือตกเป็นเหยื่อกลโกงทางออนไลน์ได้ง่าย มิจฉาชีพอาจเข้ามาหลอกลวงโดยแฝงมาเป็น ผู้ต้องการระดมทุน และผู้ลงทุนอาจมีข้อจำกัดในการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายหรือการดำเนินการทางกฎหมายในต่างประเทศ (2) หาก Digital Token ที่ลงทุนไว้ไม่ได้รับความนิยม อาจซื้อขายเปลี่ยนมือได้ยาก (3) ระวังเป็นธุรกิจ ล้มเหลว เนื่องจากการลงทุนใน ICO มักเป็นการลงทุนในโปรเจกต์ที่ก่อตั้งใหม่ จึงมีความเสี่ยงสูง ที่จะล้มเหลว (4) ระวังสัญญาณอันตราย หรือ ก็คือคำโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ อาทิ "รับประกันผลตอบแทน" "โอกาสสุดท้าย" "ไม่รีบตัดสินใจ จะพลาดโอกาสทอง"
สุดท้ายนี้ ท่ามกลางกระแส ICO ที่เกิดขึ้น ยังมีการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย โดยมีการเข้าใจไปว่า ก.ล.ต.จะเข้าไปรับรอง Cryptocurrency อย่างเช่น Bitcoin หรือ Ether อันนี้เป็นการเข้าใจผิดนะครับ การซื้อขายเงินดิจิทัลนั้นไม่ได้อยู่ในขอบเขตการ ดูแลของ ก.ล.ต.นะครับ ขอบเขตการกำกับดูแล ของ ก.ล.ต.จะอยู่ที่การทำ ICO ที่มีลักษณะเข้าข่าย เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ครับเท่านั้น
ตอนนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น แนวทางการกำกับดูแล ICO ที่เหมาะสมผมอยากให้ ผู้สนใจเข้าไปศึกษาและให้ความเห็นถึงวันที่ 26 พ.ย. 2560 ผ่านช่องทาง www.sec.or.th/hearing กันเยอะๆ นะครับ
ก.ล.ต.ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ







