
คาดลงทุนไทยคึกคัก
หอการค้า ประเมินต่างชาติลงทุนไทยเพิ่ม หลังอันดับความยากง่ายประกอบธุรกิจขึ้น 20 อันดับ
หอการค้า ประเมินต่างชาติลงทุนไทยเพิ่ม หลังอันดับความยากง่ายประกอบธุรกิจขึ้น 20 อันดับ
นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานหอการค้าไทย เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประกาศอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของประเทศไทยในปีนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 26 จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 46 หรือเพิ่มขึ้น 20 อันดับ ถือเป็นเรื่องดีในทางบวกต่อการลงทุนของไทย และยังเป็นการส่งสัญญาณให้นักลงทุนต่างชาติเห็นว่ารัฐบาลไทยเอาจริงเอาจังในการปรับลดอุปสรรคการลงทุน ด้วยการใช้มาตรา 44 ในการปลดล็อกเพื่อให้การทำธุรกิจในไทยง่ายขึ้น
"การที่อันดับของไทยปรับขึ้นรวดเดียว 20 อันดับ เป็นผลไปในทางบวก ทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ออก ม.44 มาใช้พร่ำเพรื่อ แต่เป็นการใช้เน้นเพื่อปลดล็อก ทำให้เห็นเทรนด์ว่านักลงทุนต่างชาติทั้งญี่ปุ่น สหรัฐ และจีน ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนไทยมากขึ้น" นายกลินท์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่าการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยที่ถูกจัดอันดับโดยเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (WEF) ที่จะออกมาในปีนี้ น่าจะปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจที่ขยับขึ้น และคาดว่าจะส่งผลให้ในปี 2561 จะเห็นภาพของการลงทุนจากภาคเอกชนมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
นายกลินท์ กล่าวว่า เอกชนเห็นด้วยหากรัฐบาลจะออกมาตรการช็อปช่วยชาติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสิ้นปีนี้ เพราะขณะนี้คนไทยอยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะจับจ่ายใช้สอย ซึ่งน่าจะเป็นจังหวะดีที่จะทำ โดยยิ่งถ้าสามารถกระจายเม็ดเงินการซื้อสินค้าลงไปยังกลุ่มสินค้าโอท็อปและสินค้าชุมชนได้มากจะยิ่งดี
อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยได้ร่วมกับหลายภาคส่วนในการจัดทำโครงการไทยเท่ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ดีงามของไทยมาผนวกกับนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ สร้างเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม คาดว่าจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโต และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยมากขึ้น







