posttoday
ปลุกเอสเอ็มอีไทย ใช้แอพปั้นทีมขาย

ปลุกเอสเอ็มอีไทย ใช้แอพปั้นทีมขาย

25 ตุลาคม 2560

เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอีกว่า 3 ล้านราย แต่กลับมีผู้ประกอบการเพียง 5% ที่เริ่มใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับการบริหารจัดการทีมขายหรือเซลส์ เท่ากับว่ามีเอสเอ็มอี 95% ยังคงใช้ระบบแมนวลในการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นอุปสรรคการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ที่ผู้ประกอบการต้องมีการมอนิเตอร์การขายในรูปแบบเรียลไทม์มากขึ้น

เรื่อง | รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอีกว่า 3 ล้านราย แต่กลับมีผู้ประกอบการเพียง 5% ที่เริ่มใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับการบริหารจัดการทีมขายหรือเซลส์ เท่ากับว่ามีเอสเอ็มอี 95% ยังคงใช้ระบบแมนวลในการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นอุปสรรคการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ที่ผู้ประกอบการต้องมีการมอนิเตอร์การขายในรูปแบบเรียลไทม์มากขึ้น

ปิยวดี หงษ์ภักดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัท จีไอเอส ผู้นำให้บริการระบบภูมิสารสนเทศแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น เซลส์มาสเตอร์ (SalesMaster) ขึ้น เพื่อช่วยการจัดการด้านการขายของเอสเอ็มอีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนฮาร์ดแวร์หรือระบบหลังบ้าน อีกทั้งยังเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถออกแบบเฉพาะตามความต้องการของแต่ละองค์กรตามประเภทธุรกิจ สินค้าและการใช้งาน โดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท จีไอเอส ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี คอยให้คำปรึกษา

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นเซลส์มาสเตอร์ ถูกออกแบบมาสำหรับทีมขายมืออาชีพ ภายใต้แนวคิด สั่งง่าย ขายคล่อง สะดวกในการค้นหาและติดตาม (Simpler and Faster) เพื่อทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจเข้ามาตรวจสอบจัดการข้อมูลทั้งก่อนการขาย ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลสินค้า การทำโปรโมชั่น การบริหารลูกค้า และพนักงานขาย ทั้งในระหว่างการขายสินค้า และจัดการข้อมูลหลังการขาย อาทิ การจัดการคำสั่งซื้อ การเชื่อมโยงข้อมูล และระบบวิเคราะห์คำสั่งซื้อได้แบบเรียลไทม์

"หากธุรกิจเอสเอ็มอีต้องการทรานส์ฟอร์มจากระบบการบริหารจัดการทีมขายในรูปแบบแมนวลไปสู่การใช้เทคโนโลยี โดยที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก แอพพลิเคชั่นเซลส์มาสเตอร์เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการมีระบบจัดการการขายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบรองรับการใช้งานกับทุกอุปกรณ์ ทั้งบนเว็บแอพพลิเคชั่นและโมบาย โดยค่าบริการของบริษัททีมขาย 10 คน คิดในอัตรา 1,200 บาท/คน/เดือน และ 600 คน ราว 500 บาท/คน/เดือน"

อย่างไรก็ดี ธุรกิจที่เหมาะกับการใช้แอพพลิเคชั่นเซลส์มาสเตอร์ อย่างน้อยต้องมีเซลส์อยู่ภายในบริษัทราว 10 คนขึ้นไป เพราะหากมีน้อยกว่านี้ มองว่าการใช้ระบบแมนวลเข้ามาบริหารจัดการ ยังสามารถควบคุมได้ แต่เมื่อไรก็ตามที่ธุรกิจเริ่มขยายตัวมากขึ้น มีทีมขายมากกว่า 10 คนขึ้นไป การใช้แอพพลิเคชั่นจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านความเร็ว สามารถดูยอดขายได้ชนิดวันต่อวัน จากเดิมกว่าข้อมูลจะรายงานเข้ามายังบริษัทใช้ระยะเวลาเกือบ 1 เดือน

ขณะที่ความโดดเด่นของแอพพลิเคชั่น ถูกดีไซน์ให้เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานขายให้แก่พนักงานขายโดยเฉพาะ ทั้งการเข้าถึงลูกค้าก่อนคู่แข่ง การเสนอราคาและโปรโมชั่นที่ดีเพื่อปิดการขาย จะช่วยให้ทั้งพนักงานขายและผู้จัดการทีมขายสามารถเรียกใช้ข้อมูลที่จำเป็นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น e-Catalog ที่อัพเดทข้อมูลแบบเรียลไทม์ การจัดโซนนิ่งให้พนักงานขายได้แสดงบนแผนที่จีพีเอส เพื่อให้สามารถจัดเส้นทางการเดินทางไปหาลูกค้าในแต่ละวันได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเรียกดูยอดขายและนำผลของยอดขายมาปรับกลยุทธ์การขายได้ตามต้องการ

"กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถที่จะต่อยอดโดยนำข้อมูลจากเซลส์มาสเตอร์ไปวิเคราะห์ในเชิง GIS หรือ Geographic Information System เช่น วิเคราะห์ยอดขายในแต่ละพื้นที่ การกระจายตัวของลูกค้า และความครอบคลุมของพื้นที่การขายสินค้าหรือบริการ แม้กระทั่งการวิเคราะห์ของจุดกระจายสินค้า (Distribution Center : DC)"

ปัจจุบันบริษัทใหญ่ๆ ในไทยนำแอพพลิเคชั่นบริหารทีมขายเข้ามาใช้แล้ว แต่ส่วนมากเป็นแอพจากต่างประเทศ มีข้อจำกัดในเรื่องของการบริการหลังการขายในกรณีที่แอพพลิเคชั่นมีปัญหา และที่สำคัญราคาค่อนข้างสูง

สำหรับเป้าหมายการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นเซลส์มาสเตอร์ คาดว่าจะมี รายได้ปีแรกสัดส่วน 10% ส่วนรายได้สิ้นปีในกลุ่มผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ราว 110 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 30% จากเมื่อปีที่ผ่านมารายได้ 80 ล้านบาท

สำหรับรายได้หลักมาจาก NOSTRA Logistics ระบบบริหารจัดการและระบบติดตามรถยนต์ (GPS Tracking) แบบเรียลไทม์ เป็นหนึ่งในโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและเข้าดูข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา โดยมีฐานลูกค้า 200 บริษัท และคาดว่า ลูกค้าจากโลจิสติกส์จะหันมาใช้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวเพิ่มเติม

ปิยวดี กล่าวว่า ปัญหาของเอสเอ็มอีไทยที่การทรานส์ฟอร์มยังค่อนข้างช้า ส่วนใหญ่มาจากยังไม่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นความไม่พร้อมในด้านงบประมาณการลงทุน ขาดบุคลากรหรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในองค์กร ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ช้าหรือไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนก็ได้

ความท้าทายของเอสเอ็มอี คงต้อง "รีเซต" กระบวนการความคิด การบริหารจัดการ วัฒนธรรมองค์กร โดยนำเทคโนโลยีมาใช้กับการทำงาน เพื่อเป็นแรงขับให้ธุรกิจปรับตัวได้เร็ว โตไว ทันคู่แข่ง เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันในโลกดิจิทัลได้ n

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท