
โผหุ้นเด่นช็อปช่วยชาติ
นักวิเคราะห์เปิดโผหุ้นเดือน พ.ย. ซื้อลงทุนยาวทรีนีตี้แนะ HANA KCE เกาะธีมช็อปช่วยชาติ รายได้เกษตรกรฟื้นเชียร์ GLOBAL SINGER
นักวิเคราะห์เปิดโผหุ้นเดือน พ.ย. ซื้อลงทุนยาวทรีนีตี้แนะ HANA KCE เกาะธีมช็อปช่วยชาติ รายได้เกษตรกรฟื้นเชียร์ GLOBAL SINGER
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ย. ว่า จากภาวะตลาดหุ้นไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นและปรับตัวลงอย่างจำกัด จึงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเลือกหุ้นรายตัว (Selective)
ทั้งนี้ กลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว ได้แก่ หุ้นที่ปรับตัวน้อยกว่าตลาด (Laggard) เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่ยังคงปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มนี้แนะนำซื้อลงทุน บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE)
สำหรับการลงทุนระยะสั้น กลุ่มค้าปลีกน่าสนใจจากการขยายตัวของ รายได้เกษตรกรเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้เข้าสู่โครงการพักชำระหนี้ของรัฐบาลมีจำนวนเพิ่มขึ้น และความเป็นไปได้ของมาตรการช็อปช่วยชาติเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย บล.ทรีนีตี้ คาดว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์หลักจากปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) และบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER)
บล.ทรีนีตี้ คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยเดือน พ.ย. แกว่งตัวในกรอบ 1,680-1,750 จุด ถูกจำกัดจากแรงขายของนักลงทุน ต่างชาติที่เริ่มปรับพอร์ตหลังราคาหุ้น ไทยปรับตัวขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา และแนวโน้มเงินดอลลาร์สหรัฐที่อาจแข็งค่าในช่วงถัดไป แต่คาดว่าได้เม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ไหลเข้ามาลงทุน
นายณัฐชาต กล่าวว่า ในระยะสั้นมี 2 ประเด็นที่ต้องจับตา คือ ดัชนีภาคการผลิตทั่วโลกและประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส แนะนำเลือกหุ้นที่กองทุน LTF มีโอกาสซื้อสะสมเข้าพอร์ต ประกอบด้วยหุ้นใน SET100 เป็นหุ้นที่ราคามีโอกาสปรับขึ้นในเดือน พ.ย.-ธ.ค. ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าตลาด จากการคัดเลือกได้หุ้นที่น่าสนใจ 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) บริษัท โรบินสัน (ROBINS) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT)
นอกจากนี้ พบว่าแรงซื้อของ นักลงทุนสถาบันจะกระจุกตัวอยู่ในเดือน พ.ย.-ธ.ค. คือรวมกัน 50-60% ของยอดซื้อ LTF ทั้งปี และในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้สถานการณ์ไม่น่าต่างกัน จึงเชื่อว่าแรงซื้อจาก LTF จะช่วยพยุงดัชนีหุ้นไทยได้







