posttoday
โผหุ้นเด่นช็อปช่วยชาติ

โผหุ้นเด่นช็อปช่วยชาติ

31 ตุลาคม 2560

นักวิเคราะห์เปิดโผหุ้นเดือน พ.ย. ซื้อลงทุนยาวทรีนีตี้แนะ HANA KCE เกาะธีมช็อปช่วยชาติ รายได้เกษตรกรฟื้นเชียร์ GLOBAL SINGER

นักวิเคราะห์เปิดโผหุ้นเดือน พ.ย. ซื้อลงทุนยาวทรีนีตี้แนะ HANA KCE เกาะธีมช็อปช่วยชาติ รายได้เกษตรกรฟื้นเชียร์ GLOBAL SINGER

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ย. ว่า จากภาวะตลาดหุ้นไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นและปรับตัวลงอย่างจำกัด จึงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบเลือกหุ้นรายตัว (Selective)

ทั้งนี้ กลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว ได้แก่ หุ้นที่ปรับตัวน้อยกว่าตลาด (Laggard) เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่ยังคงปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มนี้แนะนำซื้อลงทุน บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE)

สำหรับการลงทุนระยะสั้น กลุ่มค้าปลีกน่าสนใจจากการขยายตัวของ รายได้เกษตรกรเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้เข้าสู่โครงการพักชำระหนี้ของรัฐบาลมีจำนวนเพิ่มขึ้น และความเป็นไปได้ของมาตรการช็อปช่วยชาติเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย บล.ทรีนีตี้ คาดว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์หลักจากปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) และบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER)

บล.ทรีนีตี้ คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยเดือน พ.ย. แกว่งตัวในกรอบ 1,680-1,750 จุด ถูกจำกัดจากแรงขายของนักลงทุน ต่างชาติที่เริ่มปรับพอร์ตหลังราคาหุ้น ไทยปรับตัวขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา และแนวโน้มเงินดอลลาร์สหรัฐที่อาจแข็งค่าในช่วงถัดไป แต่คาดว่าได้เม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ไหลเข้ามาลงทุน

นายณัฐชาต กล่าวว่า ในระยะสั้นมี 2 ประเด็นที่ต้องจับตา คือ ดัชนีภาคการผลิตทั่วโลกและประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส แนะนำเลือกหุ้นที่กองทุน LTF มีโอกาสซื้อสะสมเข้าพอร์ต ประกอบด้วยหุ้นใน SET100 เป็นหุ้นที่ราคามีโอกาสปรับขึ้นในเดือน พ.ย.-ธ.ค. ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าตลาด จากการคัดเลือกได้หุ้นที่น่าสนใจ 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) บริษัท โรบินสัน (ROBINS) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT)

นอกจากนี้ พบว่าแรงซื้อของ นักลงทุนสถาบันจะกระจุกตัวอยู่ในเดือน พ.ย.-ธ.ค. คือรวมกัน 50-60% ของยอดซื้อ LTF ทั้งปี และในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้สถานการณ์ไม่น่าต่างกัน จึงเชื่อว่าแรงซื้อจาก LTF จะช่วยพยุงดัชนีหุ้นไทยได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก