posttoday
รัฐบาลได้เครดิต หนี้นอกระบบลด

รัฐบาลได้เครดิต หนี้นอกระบบลด

30 ตุลาคม 2560

ชลลดา อิงศรีสว่างปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูงจนทำให้เป็นแรงฉุดดึงการบริโภคในประเทศไม่ให้ขยายตัว ส่งผลให้การบริโภคไม่สามารถเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจมาไม่ต่ำกว่า5 ปี แล้ว จนเป็นเหตุให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกแคมเปญ "หนี้นอกระบบต้องเป็น 0%" ขึ้นมา และเริ่มคิกออฟดำเนินการเป็นขั้นตอนเพื่อลดหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบลง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีแรงผลักดันจากทั้งภายในและภายนอกให้เศรษฐกิจขยายตัว

ชลลดา อิงศรีสว่าง

ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูงจนทำให้เป็นแรงฉุดดึงการบริโภคในประเทศไม่ให้ขยายตัว ส่งผลให้การบริโภคไม่สามารถเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจมาไม่ต่ำกว่า5 ปี แล้ว จนเป็นเหตุให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกแคมเปญ "หนี้นอกระบบต้องเป็น 0%" ขึ้นมา และเริ่มคิกออฟดำเนินการเป็นขั้นตอนเพื่อลดหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบลง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีแรงผลักดันจากทั้งภายในและภายนอกให้เศรษฐกิจขยายตัว

สิ่งที่มีการจัดการไปแล้วสำหรับ หนี้ในระบบคือ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแลสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อดูแลการก่อหนี้สินภาคครัวเรือนให้เหมาะสมขึ้น เนื่องจากประชาชนเข้าถึงสินเชื่อประเภทนี้ได้ง่ายและเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ประชาชนกลุ่มที่มีความเปราะบางก่อหนี้จนเกินความสามารถในการชำระหนี้ของตัวเองได้

ทั้งนี้ มาตรการสินเชื่อ บัตรเครดิต กำหนดวงเงิน ผู้ขอบัตรต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/เดือน ได้รับวงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ หากผู้ถือบัตรมีรายได้ตั้งแต่ 3-5 หมื่นบาท/เดือน จะได้วงเงินในบัตรไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ หากมีรายได้เกิน 5 หมื่นบาท/เดือนขึ้นไป จะได้รับวงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ โดยไม่จำกัดจำนวนบัตรเครดิตที่จะขอ

นอกจากนั้น ยังกำหนดให้สถาบันการเงินปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยลงไม่เกิน 18% จากเดิมที่ 20% ให้สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ต้นทุนการเงินต่ำลง และปรับวงเงิน สินเชื่อ ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/เดือน วงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ สามารถขอสินเชื่อจากผู้ประกอบการ สินเชื่อได้ไม่เกิน 3 ราย ส่วนผู้ที่มี รายได้เกิน 3 หมื่นบาท/เดือนขึ้นไป กำหนดวงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ โดยยังคงเพดานอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 28%

สำหรับมาตรการควบคุมหนี้นอกระบบนั้น นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยลุยจับเจ้าหนี้นอกระบบทั่วประเทศ และหากจับกุมได้ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหนี้นอกระบบอย่างเฉียบขาด เป็นการกวาดล้างเจ้าหนี้นอกระบบครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง ได้มีทางออกให้กับเจ้าหนี้นอกระบบ โดยเปิดให้เจ้าหนี้นอกระบบมาขอใบอนุญาตจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลประกอบธุรกิจการเงินรายย่อยในลักษณะของ ไมโครไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์ได้ เพื่อให้เข้ามาอยู่ในระบบ โดยมีเงื่อนไขในด้านการปล่อยสินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถปล่อยสินเชื่อได้ภายในเขตจังหวัดให้แก่ผู้มีภูมิลำเนาหรือถิ่น ที่อยู่ภายในจังหวัดนั้นๆ วงเงินรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 36% ต่อปี

พรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจนถึงเดือน ก.ย. หรือสิ้นปีงบประมาณ 2560 นั้น มีเจ้าหนี้ เงินกู้ถึง 14 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน อ่างทอง ชัยนาท นครปฐม สมุทรสงคราม สิงห์บุรี เพชรบุรี เลย ชุมพร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ระนอง และสตูล ที่ยังไม่มายื่นคำขออนุญาตจัดตั้งพิโกไฟแนนซ์ หรือโครงการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด จากนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์โครงการ พิโกไฟแนนซ์ พร้อมกับประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารลงพื้นที่ตรวจสอบว่าในพื้นที่มีปัญหาหนี้นอกระบบรุนแรงหรือไม่ เพื่อจับกุมอย่างเข้มข้น

หลังจากที่เปิดให้ตั้งพิโกไฟแนนซ์ขึ้นมา สินเชื่อผ่านธุรกิจนี้ ณ เดือน ส.ค. 2560 มีสินเชื่ออนุมัติสะสม 1,859 บัญชี เป็นเงิน 58.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย 31,513.61 บาท/บัญชี โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 97.23% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อแบบมีหลักประกัน 1,336 บัญชี เป็นเงิน 42.91 ล้านบาท คิดเป็น 73.25% ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 523 บัญชี เป็นเงิน 15.67 ล้านบาท คิดเป็น 26.75% ของจำนวนสินเชื่อที่อนุมัติ โดยมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,733 บัญชี เป็นเงิน 55.12 ล้านบาท อย่างไรก็ดี มีสินเชื่อ ที่ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 65 บัญชี เป็นเงิน 2.27 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.12 ของสินเชื่อ

ยังมีมาตรการแก้ไขหนี้นอกระบบ ที่กระทรวงการคลังทำผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในโครงการสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบแทนหนี้นอกระบบ รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.85% ต่อเดือน โดยได้เร่งกระจายความช่วยเหลือด้านสินเชื่อดังกล่าวแก่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งในสิ้นเดือน ก.ย. 2560 มีการอนุมัติสินเชื่อรวม 150,226 ราย เป็นเงิน 6,791.73 ล้านบาท คิดเป็น 67.92% ของวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจำนวน 1 หมื่นล้านบาท สามารถจำแนกเป็นสินเชื่อ ที่อนุมัติแก่ประชาชนทั่วไป 97,414 ราย เป็นเงิน 4,336.01 ล้านบาท และสินเชื่อที่อนุมัติแก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการ แห่งรัฐปี 2560 จำนวน 52,812 ราย เป็นเงิน 2,455.72 ล้านบาท

จากความพยายามหาทางออก ให้ประชาชนในการแก้ไขหนี้ครัวเรือน ที่มีทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ทำให้ปริมาณหนี้นอกระบบลดลง โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 2560 จาก 1,191 ตัวอย่าง พบว่า ครัวเรือนไทย 91.1% ยังคงมีหนี้สินอยู่ มีเพียง 8.9% เท่านั้นที่ไม่มีหนี้สิน ในจำนวนนี้ แยกเป็นหนี้ในระบบ 42.4% หนี้นอกระบบ 1.2% และเป็นหนี้ทั้งในและนอกระบบ 56.4%

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หนี้สินต่อครัวเรือนรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 299,266 บาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก ปีก่อน 0.4% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปี โดยประชาชนที่มีหนี้ จะมีการผ่อนชำระหนี้เดือนละ 15,438 บาท เพิ่มขึ้น 3.69% โดยเป็นการผ่อนชำระหนี้ในระบบ 79.3% หรือประมาณเดือนละ 14,032.32 บาท เพิ่มขึ้น 24.41% ขณะที่การผ่อนชำระหนี้นอกระบบ อยู่ที่ 26.4% หรือเดือนละ 5,512.57 บาท ลดลง 46.33% ซึ่งเป็นการลดลงมากสุดในรอบ 10 ปี

"เป็นสัญญาณที่ดีที่ตัวเลขหนี้นอกระบบลดลงและภาระการก่อหนี้ของ คนไทยในอีก 1 ปีข้างหน้าที่มีแนวโน้ม ลดลง ทำให้ปี 2561 จะเกิดการ ปรับฐานของภาระหนี้ครัวเรือนไทย เกิดการรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบมากขึ้น ทำให้มีภาระในการผ่อนชำระลดลง โครงสร้างหนี้ครัวเรือนจะปรับตัวดีขึ้น และส่งผลให้ในปี 2562 เป็นปีที่คนไทยพร้อมบริโภคเต็มที่" ธนวรรธน์ กล่าว

แม้ตัวเลขหนี้นอกระบบจะลดลง และอาจจะเปลี่ยนมาเป็นหนี้ในระบบแทน ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นต้น ของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้นและ ไม่ถูกเจ้าหนี้นอกระบบขูดรีดดอกเบี้ยและทวงหนี้โหด แต่ต้องติดตามดูว่าสถานการณ์จะยังเป็นไปในทิศทางนี้ ได้นานเท่าไร n

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก