
สนข. จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นบริหารต้นทุนโลจิสติกส์
สนข. จัดสัมมนารับฟังความคิด เพื่อวิเคราะห์ระบบโครงสร้างต้นทุนและระบบโลจิสติกส์ต่อการพัฒนาภาคขนส่ง
สนข. จัดสัมมนารับฟังความคิด เพื่อวิเคราะห์ระบบโครงสร้างต้นทุนและระบบโลจิสติกส์ต่อการพัฒนาภาคขนส่ง
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในโครงการศึกษาวิเคราะห์ระบบโครงสร้างต้นทุนการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ว่า กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งและโลจิสติกส์ โดยการพัฒนาเส้นทางการค้าสู่ตะวันออกกลาง แอฟริกาและยุโรป ผ่านทางฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อรองรับการขยายตัวทางการค้าของประเทศเพื่อนบ้านและพัฒนาเครือข่าย โลจิสติกส์ในประเทศให้เชื่อมโยง อย่างบูรณาการ
ทั้งเครือข่ายภายในและเชื่อมต่อไปสู่ต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการใช้รูปแบบและวิธีการบริหารจัดการขนส่ง เพื่อการประหยัดพลังงานนำไปสู่การลดต้นทุน การขนส่ง ทั้งในระดับธุรกิจและระดับประเทศ ทั้งนี้ ผลการศึกษา วิเคราะห์ที่สำคัญ คือ ต้นทุนต่อหน่วยของการขนส่งสินค้าทางบก ทางราง และทางน้ำ เท่ากับ 1.72 , 0.93 และ 0.94 บาทต่อตัน-กิโลเมตร
จากการวิเคราะห์ดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในเชิงนโยบายสำหรับวางแผนภาคคมนาคมขนส่งโดยภาพรวม บนฐานการมีระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้กับภาคเศรษฐกิจการขนส่งของไทย สามารถป้องกันตัวเองจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก
สนข. จึงได้จัดให้มีการสัมมนา เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการต่างๆ มาใช้ประกอบการศึกษาวิเคราะห์ระบบโครงสร้างต้นทุนและระบบโลจิสติกส์ต่อการพัฒนาภาคขนส่งในปัจจุบัน รวมทั้งร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคต และการเสนอแนะนโยบายมาตรการโครงสร้างต้นทุนการขนส่งที่ ทำให้เกิดการใช้พลังงานภาคการขนส่งอย่างประหยัด ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดหรือจัดวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ในกระบวนการวางแผนการพัฒนาสาขาคมนาคมขนส่งต่อไป
แนวทางการลดต้นทุนของภาคการขนส่งสินค้า คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งด้วยการลดการวิ่งเปล่า ซึ่งสามารถลดต้นทุนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยสามารถลดสัดส่วนเที่ยวเปล่าได้ 10% และจะทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าลดลงประมาณ 7% รวมทั้งการเลือกใช้พลังงานทางเลือกก็สามารถช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้ โดยการปรับเปลี่ยนพลังงานที่ใช้ในการขนส่งจากน้ำมันดีเซลหรือเบนซิน เป็น ไบโอดีเซล หรือก๊าช CNG
ดังนั้นการใช้ก๊าซธรรมชาติจะสามารถช่วยลดต้นทุน การขนส่งได้ 13% ซึ่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งทางถนนที่ไปสู่รูปแบบการขนส่งอื่นที่มีการใช้พลังงานต่อหน่วยและก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งระบบรางและการขนส่งทางน้ำ ถือเป็นกลยุทธ์ (Modal Shift Strategy) ที่จะสามารถช่วยลดต้นทุนและสร้างความได้เปรียบในการให้บริการและเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการจัดการด้านโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ







