
จัดพอร์ต..ต้องให้ปัง
บทความสอนเรื่องการกระจายลงทุนเกือบทุกสำนัก มักหยิบยกสำนวนฝรั่งที่บอกว่า "Don't put all your eggs in one basket" หรือ "อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว"
บทความสอนเรื่องการกระจายลงทุนเกือบทุกสำนัก มักหยิบยกสำนวนฝรั่งที่บอกว่า "Don't put all your eggs in one basket" หรือ "อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว"
แต่มีน้อยคนที่จะสอนเราว่า ควรมีตะกร้าไว้กี่ใบดี? หรือจะใส่ไข่ลงไปในตะกร้าใบนี้กี่ฟอง? เพราะวิธีการ กระจายลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสมไม่ได้มีกฎเหล็กตายตัวสำหรับทุกคน
สัดส่วนการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับเรา เริ่มอย่างไร
ตามทฤษฎีกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ (Efficient Portfolio) การคำนวณหาผลตอบแทนจะถูกจำกัด โดยเส้นโค้งที่เป็นเส้นประ (ตามกราฟ A) ที่เรียกว่า Efficient Frontier ซึ่งทุกๆ จุดแสดงถึงพอร์ตการลงทุนแบบต่างๆ ที่เป็นไปได้ แต่จุด B, C, D และ E ที่อยู่ใต้เส้นประนั้นจะยังไม่ถือเป็นพอร์ตลงทุนที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดเพราะไม่ได้ให้ผล ตอบแทนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยง
ขณะที่จุด A จะเป็นพอร์ตซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดเนื่องจากอยู่บนเส้นประโค้งพอดี แต่ยังมีอีก 1 เส้นที่ต้องพิจารณาด้วย คือ เส้นตรงทแยงมุมหรือเส้น Capital Market Line (CML) ซึ่งเป็นเส้นที่ใช้อ้างอิงว่าผลตอบแทนที่เราควรได้รับเมื่อเทียบกับตลาดควรเป็นเท่าไหร่ เริ่มจากผลตอบแทนปราศจากความเสี่ยงไล่ระดับขึ้นไป ซึ่งจุด A แม้จะอยู่บนเส้นประก็จริง แต่ไม่ได้อยู่บนเส้น CML จึงไม่ให้ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ ทั้งตลาดจะมีแค่จุดที่เป็นรูปกองเหรียญเท่านั้นที่เป็นการจัดสรรการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและยังให้ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงที่ดีที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ ทั้งตลาดไปพร้อมๆ กันด้วย
ลงทุนให้ฟิตพอดี ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องคำนวณเอง
ถ้าจะให้นักลงทุนแบบเรามาคำนวณหาจุดเหล่านี้เองคงเป็นเรื่องยาก ตัวเลือกหนึ่งที่ทำได้ง่ายๆ คือการเลือกลงทุนกับกองทุน K-FIT ที่ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท หรือที่เรียกว่า Multi-Asset Portfolio ซึ่งได้คำนวณหาสัดส่วนการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดปรับด้วยความเสี่ยงมาแล้ว โดยใช้ Optimization tool ที่พัฒนาโดยทีมบริหารการลงทุนของ บลจ.กสิกรไทย
ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าพอร์ตการลงทุนของกองทุน K-FIT ทั้ง 4 แบบ (K-FITS, K-FITM, K-FITL และ K-FITXL) ที่ออกแบบมา มีการกระจาย ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แล้ว โดยจะให้ผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงอยู่ที่จุดรูปกองเหรียญ ลักษณะนี้เสมอ
กล่าวโดยสรุป คือ
"การกระจายความเสี่ยงที่ดีต้องทำให้เราได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง โดยอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยงที่ยอมรับได้"
ที่สำคัญควรลงทุนด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม







