
TTCLดันลูกเข้าSET
TTCL ดันทีทีซีแอลซีพี ขายไอพีโอตลาดหุ้นไทย ระดม 300 ล้านดอลลาร์ ลุยโรงไฟฟ้าถ่านหินรัฐคะฉิ่น 1,280 เมกะวัตต์ ปีนี้รายได้ต่ำเป้า
TTCL ดันทีทีซีแอลซีพี ขายไอพีโอตลาดหุ้นไทย ระดม 300 ล้านดอลลาร์ ลุยโรงไฟฟ้าถ่านหินรัฐคะฉิ่น 1,280 เมกะวัตต์ ปีนี้รายได้ต่ำเป้า
นายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท ทีทีซีแอล (TTCL) เปิดเผยว่า ภายหลังจากบริษัทและบริษัท ทีทีซีแอล พาวเวอร์ โฮลดิ้งส์ (TTPHD) สิงคโปร์ประสบความสำเร็จในโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่เมืองพะอัน รัฐคะฉิ่น ขนาด 1,280 เมกะวัตต์ จะใช้เงินลงทุน 9.8 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2561 อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการระดมเงินทุน ซึ่งมีความจำเป็นต้องระดมเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ศึกษาไว้ 4 แนวทาง คือ แนวทางแรก นำบริษัท ทีทีซีแอล บริษัทย่อยที่สิงคโปร์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นด้วยการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ)
แนวทางที่ 2 จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน แนวทางที่ 3 เปิดทางพันธมิตรญี่ปุ่นถือหุ้น 40% ในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และแนวทางที่ 4 ทีทีซีแอลเพิ่มทุน ซึ่งการเพิ่มทุนเป็นทางสุดท้ายไม่อยากให้กระทบผู้ถือหุ้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปครึ่งแรก ปี 2561
"การนำ TTPHD เข้าตลาดหุ้นได้เปลี่ยนจากแผนเดิมที่จะจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์มาเป็นตลาดหุ้นไทย (SET) หลังดัชนีปรับขึ้น 1,700 จุด ขนาดตลาดหุ้นไทยใหญ่ขึ้นสัดส่วนราคาต่อ กำไร (พี/อี) สูงกว่าตลาดหุ้นสิงคโปร์ รวมถึงมีฐานนักลงทุนที่หลากหลาย ทั้งสถาบัน รายย่อย ต่างประเทศ และการเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไทย ดีกว่า อีกทั้งที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เดินสายมาพบและบอกข้อดีของตลาดหุ้นไทย" นาย กอบชัย กล่าว
ปัจจุบัน TTPHD มีกำลังไฟฟ้าในพอร์ต 150 เมกะวัตต์ โดย 120 เมกะวัตต์ อยู่ในเมียนมา และ 30 เมกะวัตต์ เป็นโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ผลดำเนินงานของบริษัทปีนี้จะต่ำ 30-40% จากปี 2559 ที่มีรายได้ 2 หมื่นล้านบาท จากภาพรวมเศรษฐกิจก่อนหน้าไม่ดีทำให้งานก่อสร้าง สัญญาใหม่เข้ามาต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่า จะได้มาปีละ 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ช่วงที่ผ่านมาเข้ามา 300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วงปลายปียังหวังว่าจะได้งานใหม่เป็นงานก่อสร้างโรงปิโตรเคมีที่เวียดนามของบริษัทไทย ทำให้ยังหวังว่างานใหม่จะเป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ บริษัทมีงานในมือ 1.5 หมื่นล้านบาท จะรับรู้เป็นรายได้ 40-50% ครึ่งหลังปีนี้ และมีเงินสดในมือ 2,000 ล้านบาท
สำหรับปีหน้ารายได้จะโตจากปีนี้ 20-30% หลังทยอยรับงานก่อสร้างจากโรงไฟฟ้าที่คะฉิ่น และงานจากเวียดนาม รวมถึงรายได้จากเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจากการขายไฟฟ้า
นายกอบชัย กล่าวว่า 5 ปีข้างหน้าหลังโรงไฟฟ้าถ่านหินคะฉิ่นสำเร็จ บริษัทจะมีรายได้จากงานก่อสร้าง ต่างประเทศ 50% ในประเทศ 25% และรายได้จากเงินลงทุน 25% จากน้อยกว่า 5% และงานก่อสร้างอยู่ที่ 95%
น.ส.สุรัตนา ตฤณรตนะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTCL คาดว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินรัฐคะฉิ่นจะได้รับบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอเอ) กับทางรัฐบาลกลางภายในต้นปีหน้า จะใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี และโครงการนี้จะถึงจุดคุ้มทุน 12-13 ปี ให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ 10-13% ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ย ส่วนโครงการถ่านหินที่รัฐมอญ ได้ชะลอไปก่อน
นางอาภาภรณ์ แสวงพรรค นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส เพิ่มคำแนะนำหุ้น TTCL จากเต็มมูลค่าเป็นซื้อ และให้ราคาพื้นฐาน 24 บาท หลังจากสะท้อนงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าวเข้ามา โดยมีสมมติฐานมูลค่างาน TTCL 5.2 หมื่นล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 5% ระยะก่อสร้าง 2.5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2561
ทั้งนี้ TTCL มีงานในมือไม่รวมโรงไฟฟ้ารัฐคะฉิ่นเท่ากับ 15,810 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัดส่วนตามอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเท่ากับ 71% และเคมีภัณฑ์ 29% และหากแบ่งตามทำเลพบว่า มีงานในประเทศ 63% และต่างประเทศ 37% คาดว่า 1 ใน 3 ของงานในมือ จะบันทึกรายได้ในปีนี้ 3 ส่วนที่เหลือทยอยบันทึกรายได้ในปี 2561-2562 และจากงานที่เตรียมยื่น 1.32 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะได้เห็นการชนะงาน 1.8 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 4 ที่ทำให้ 3 ปีนี้ TTCL ทำยอดงานใหม่ได้ 2.7 หมื่นล้านบาทตามเป้าเพิ่มได้อีก 20% ขณะที่มีความเสี่ยง โครงการโรงไฟฟ้าล่าช้า
สำหรับราคาหุ้น TTCL ปิดที่ 19.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือลดลง 2.50% สวนทางดัชนีหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้น







