posttoday
เตรียมรับมือโลกร้อน

เตรียมรับมือโลกร้อน

29 ตุลาคม 2560

ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการปกป้องโลก ท่ามกลางความรุนแรงจากผลพวงการผลักดันนโยบายการพัฒนาประเทศและวิวัฒน์โลก โดยมีเศรษฐกิจเป็นธงนำ

ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการปกป้องโลก ท่ามกลางความรุนแรงจากผลพวงการผลักดันนโยบายการพัฒนาประเทศและวิวัฒน์โลก โดยมีเศรษฐกิจเป็นธงนำ

กล่าวได้ว่าหากทุกชาติละเลยเพิกเฉยต่อการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และไม่ปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในอีกไม่ช้าไม่นานโลกใบนี้จะกลายเป็นซากปรักหักพังเกินกว่าจะเยียวยา

ผู้นำจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการจัดทำข้อตกลงปารีสในปี 2558 เพื่อสร้างความร่วมมือการ แก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการที่แต่ละประเทศต้องลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงตามเป้าหมายตามที่เสนอไว้

ถึงกระนั้นประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กลับประกาศนโยบายสวนทางด้วยการพิจารณาถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส หรือจะต่อรองปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในข้อตกลงให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจประเทศตัวเอง

สัญญาณจากชาติมหาอำนาจดังกล่าวนี้ ก่อความกังวลขึ้นว่าอาจนำไปสู่ความล้มเหลวในความร่วมมือกันพิทักษ์โลกก็เป็นได้ หรืออาจเป็นการเริ่มต้นปฏิเสธแนวทางการใช้พลังงานสะอาด พร้อมๆ กับส่งเสริมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างไม่แยแส แม้สหรัฐจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก

การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 23 หรือ COP 23 ระหว่างวันที่ 6-17 พ.ย.ที่จะถึงนี้ จึงน่าจับตาว่าแนวโน้มความร่วมมือการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเดินไปในทิศทางใด

อย่างไรก็ดี การดำเนินงานการเจรจาระดับโลกของไทยในกรณีนี้ ถือว่าภาครัฐได้ร่วมกันดำเนินการอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่ผ่านมามีการตั้งอนุกรรมการในมิติต่างๆ อย่างครอบคลุม

แต่ในแง่การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาในภาพรวมอาจดูย้อนแย้ง อาทิ นโยบายส่งเสริมการลงทุนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยที่ผู้นำรัฐบาลได้ใช้คำสั่งพิเศษยกเว้นกฎเกณฑ์บางประการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมขึ้นในอนาคต

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงคิดค้นแนวทางการแก้ปัญหาด้านต่างๆ มากมาย พระปรีชาญาณแต่ละด้านเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะโครงการแก้ปัญหาตามแนวพระราชดำริทั้งหลายล้วนปูทางสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ในจำนวนนั้นพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโลกร้อนไว้ตั้งแต่ปี 2532 หรือเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับปัญหาผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ

ตัวอย่างท่อนหนึ่งของพระราชดำรัสที่ว่า "...การเผาเชื้อเพลิง เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ทำให้คาร์บอนขึ้นไปในอากาศ 5,000 ล้านตันต่อปี ยังมีการเผาทำลายป่าอีก 1,500 ล้านตัน รวมแล้วเป็น 6,500 ล้านตัน"

พระราชดำรัสดังกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า พระองค์เล็งเห็นปัญหาหลักที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะพลังงานที่เกิดจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล

พร้อมกันนี้ทรงวางแนวทางการแก้ปัญหาไว้อีกด้วย จึงเหลือแค่การปฏิบัติให้เห็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน