
ปริวรรตกรรม : นิมมานการเปลี่ยนแปลง (1)
ปิยะพันธ์ ทยานิธิคำว่า ปริณาม (Change) คือ เปลี่ยน เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนไป ปรับเปลี่ยนแลกเปลี่ยน แปรปรวน ผันผวน ผกผัน แตกต่างหรือแปลกไป กล่าวคือ ไม่เหมือนเดิม
ปิยะพันธ์ ทยานิธิ
คำว่า ปริณาม (Change) คือ เปลี่ยน เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนไป ปรับเปลี่ยนแลกเปลี่ยน แปรปรวน ผันผวน ผกผัน แตกต่างหรือแปลกไป กล่าวคือ ไม่เหมือนเดิม
สัญชาตญาณบอกให้คนเราระมัดระวังภัยอันตรายต่อชีวิต การเปลี่ยนแปลงใดก็ตามจากสภาพเดิมจึงมักถูกมองเลยไปถึงผลกระทบด้านลบที่อาจก่อภัยอันตรายไว้ก่อน เพื่อปกป้องรักษาความปลอดภัยของตนเอง จึงเกี่ยวข้องกับหลายเรื่อง เช่น ภัยคุกคาม (Threat) ความเสี่ยง (Risk) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ความไม่มั่นคงขาดเสถียรภาพ (Instability) ความปั่นป่วน (Disruption) ความสับสนยุ่งเหยิงวุ่นวาย (Chaos) วิกฤต (Crisis) เป็นต้น ทั้งที่ผลกระทบอาจเกิดขึ้นในด้านตรงข้ามได้ด้วย ไม่ว่าด้วยกันหรือแยกกันก็ตาม
หากพิจารณาความหมายให้ละเอียดรอบคอบลึกซึ้ง ก็อาจคิดว่ากำลังทำสิ่งที่ดูคล้ายกับง่าย ให้กลายเป็นเรื่องยากไปทำไม แต่จะพบว่าการทำความรู้จักกับคำนี้อย่างถ่องแท้ทำให้สามารถ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา พร้อมทั้งยอมรับและนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตได้ดีขึ้นง่ายขึ้น ซึ่งเรียกกันว่า บริหารการเปลี่ยนแปลง (Charge) ใช้โอกาสตัดสินใจหาทางเลือก (Choice) และควบคุม (Control) อนึ่ง หากไม่คิดไม่ศึกษาไม่ทำอะไรเสียเลย หรือเพิกเฉยปล่อยปละละเลยรั้งรอ ก็เป็นเพียงรอคอยผลลัพธ์โดยบังเอิญตามยถากรรม (Chance) โดยปรปักษ์ขัดแย้ง (Conflict) จึงเป็นที่มาของอคติความเชื่องมงายหลงผิด รู้สึกเกลียดกลัว
การเปลี่ยนแปลงหรือกระบวนการเปลี่ยนแปลง (Change Process) ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ สิ่งที่ให้ (Input) และปัจจัยเข้า (Income) ผ่านกลไกกิริยาปฏิกิริยาของกระบวนการ (Process) รวมทั้งแก้ปัญหา (Problem Solving) และตัดสินใจ (Decision Making) ตามวัตถุประสงค์ นำไปสู่ผลลัพธ์ สิ่งที่ได้ (Output) และปัจจัยออก (Outcome) หรือเรียกโดยรวมว่าผลกระทบ (Impact) และผลที่ตามมา (Consequence) ทั้งโดยตรง (Direct) และโดยอ้อม (Indirect) รวมถึงผลสะสม (Accumulative) แม้ว่าเริ่มต้นอาจไม่มีสาระสำคัญหรือไม่มีนัยสำคัญก็ตาม นั่นคือ การเปลี่ยนย้ายจากสถานภาพหนึ่ง (State) ไปยังอีกสถานภาพหนึ่ง โดยมี ปัจจัยปริณามเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ทางเหตุผล ตามหลักอิทัปปัจจยตา (Causation) เชื่อมโยงเกี่ยวเนื่องกันไปเป็นสายเกลียว จากก่อนหน้า (Pre) ผ่านกระบวนการไปภายหลัง (Post) เป็นช่วงโซ่กระบวนการ (Process Chain) หรือช่วงโซ่เหตุผล (Causal Chain)
เมื่อรู้จักเข้าใจความเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็สามารถคิดวางแผนเตรียมการดำเนินการต่อไปได้ ตามกรอบความคิด สามเหลี่ยมทางกลยุทธ์ (A Strategic Triangle) แสดงความสัมพันธ์ทวิภาค (Dual) แบบประกบคู่ ซึ่งกันและกัน (Reciprocal) ของกิจกรรมพื้นฐานร่วมและความสามารถหลัก ได้แก่ รับรู้-รู้รับ (Sense-Reach) รู้เท่ารู้ทัน เปิดรับกับเปิดรู้ ด้วยสติสัมปชัญญะ คือ ตรวจจับค้นพบ (Detect) รู้สึกตื่นรู้ (Perceive) บ่งชี้ระบุชี้ (Identify) จำได้รู้จัก (Recognize) และวิภาควิเคราะห์ (Analyze) ควบคู่สมดุลกับ รับรุก-รุกรับ (Serve-Rein) รู้รับรู้รุก รองรับกับเร่งรุก ด้วยปัญญาสมาธิ คือ ดำเนินการ จัดการ และปฏิบัติการด้วยปริญญาปรีชาสามารถ โดยมีแกนกลางที่เชื่อมโยงติดต่อผูกพันผสมผสานบูรณาการ อย่างแนบแน่น คือ เรียนรู้-รู้เรียน (Seize-Read) รู้เรื่องรู้ราว รู้จดรู้จำ รู้จริงกับรู้แจ้ง เข้าใจกับเข้าถึง ด้วยสติปัญญา ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาและตัดสินใจในที่สุด
หลายแนวทางความคิดเชิงบวกล้วนแต่มุ่งหมายให้เปลี่ยนไปในทางดี ให้ดีขึ้น เช่น การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) องค์กรที่เรียนรู้ปรับตัวอยู่ตลอดเวลา (Learning Organization) การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) การกำกับดูแลกิจการอย่างดี (Corporate Governance) เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องสอดรับกับธรรมชาติของความเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การบริหารตามวงจรความยั่งยืน (Sustainability Cycle) ทั้งเชิงรับและเชิงรุก ควบคู่ผสมผสาน จริงจังสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร จากระดับค่านิยมหลัก (Core Value) จนถึงวัฒนธรรม (Culture) โดยปลูกฝังเพาะเลี้ยงบำรุงรักษาความสมบูรณ์สมดุลของคุณสมบัติ ระหว่างคุณวุฒิ (Capability) คือเก่งกล้าเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องมุ่งมั่นแข็งขันทนทานคล่องแคล่ว กับคุณธรรม (Integrity) คือดีงามถูกต้องจริงแท้บริสุทธิ์สุจริตชอบธรรมกุศลบุญ
อ่านต่อสัปดาห์หน้า







