posttoday
ด้วยอาลัยยิ่ง

ด้วยอาลัยยิ่ง

29 ตุลาคม 2560

สมผล ตระกูลรุ่งผ่านพ้นไปด้วยดีสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดงานอย่างสมพระเกียรติ พระเมรุมาศยิ่งใหญ่อลังการดุจสรวงสวรรค์วิมานบนดิน ทั่วโลกได้ประจักษ์ในฝีมือช่างไทยว่า มีความประณีตฝีมือเป็นเลิศไม่แพ้ชาติใดๆ ในโลก เป็นการทำด้วยใจเพื่อถวายแด่องค์ราชันอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

สมผล ตระกูลรุ่ง

ผ่านพ้นไปด้วยดีสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดงานอย่างสมพระเกียรติ พระเมรุมาศยิ่งใหญ่อลังการดุจสรวงสวรรค์วิมานบนดิน ทั่วโลกได้ประจักษ์ในฝีมือช่างไทยว่า มีความประณีตฝีมือเป็นเลิศไม่แพ้ชาติใดๆ ในโลก เป็นการทำด้วยใจเพื่อถวายแด่องค์ราชันอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

นอกจากรัฐบาลจะทุ่มเทจัดงานอย่างสมพระเกียรติแล้ว ประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศต่างได้ร่วมแรงร่วมใจแสดงออกถึงความจงรักภักดี ร่วมกันจัดกิจกรรมด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงงานเพื่อคนไทยทุกคน

ตลอดเวลา 1 ปี 13 วันที่ผ่านมา โลกได้ประจักษ์ว่า คนไทยเคารพรักในหลวงรัชกาลที่ 9 เพียงใด มหาชนชาวสยามได้แสดงให้เห็นว่า ไม่มีแม้ สักวันที่จะไม่คิดถึงพระองค์ เหมือนที่พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนคนไทย ทั่วโลกได้เห็นความรักของคนไทยที่มีต่อพระองค์ตั้งแต่วันเสด็จสวรรคต 13 ต.ค. 2559 และตลอด 1 ปี ที่คนไทยเข้าคิวรอหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้เข้าไปกราบพระบรมศพ ได้อยู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเพียงไม่กี่นาที เท่านั้นก็มีความสุขแล้ว

เมื่อถึงวันสำคัญคือวันถวาย พระเพลิงพระบรมศพ ประชาชนได้แสดงให้โลกรู้ถึงความรักที่ราษฎรไทยมีต่อพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ประชาชนเข้าคิวรอข้ามวันข้ามคืนท่ามกลางสายฝน เพื่อให้ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่จะไม่มีอีกแล้วในช่วงชีวิตนี้ แม้จะเกิดความไม่เรียบร้อยอยู่บ้างจากพวกที่ตั้งใจก่อกวน ก็อย่าได้ไปสนใจ เพราะเศษขยะย่อมเกิดมีได้ในทุกที่ พวกเราจึงไม่ควรไปใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับเศษขยะเหล่านั้น ซึ่งมีเพียงนิดหน่อยเท่านั้น

ในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้เกิดเหตุที่พวกเราชาวไทยเชื่อกันว่า เป็นความอัศจรรย์เหนือธรรมชาติ ที่จะเกิดขึ้นกับผู้มีบุญบารมี คนต่างชาติเขาอาจเห็นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่ธรรมชาตินี่แหละที่เป็นความอัศจรรย์ เป็นธรรมชาติที่มีเหตุปัจจัยให้ต้องเกิดในช่วงเวลาสำคัญพอดี

หมอกธุมเกตุ เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ เป็นหมอกบางๆ ปกคลุมทั่วบริเวณพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง เป็นเหมือนเมื่อ วันที่ 13 ต.ค. 2559 และเหตุการณ์เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต

ก่อนหน้าวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันจนเกรงว่า ในวันพระราชพิธีถ้าฝนตก ขบวนพระบรมราชอิสริยยศคงจะดูไม่สมพระเกียรติ แต่พอถึงวันจริง ท้องฟ้าสดใสแต่เช้าตรู่ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศจึงงดงามยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ แม้ช่วงบ่ายจะมีฝนตกลงมา ก็ผ่านช่วงเวลาสำคัญไปแล้ว และเมื่อจะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ฝนก็หยุดสนิท ยิ่งทำให้พระเมรุมาศงดงามตระการตา เหตุการณ์นี้ย่อมเป็นเพราะบุญบารมีของพระองค์ท่าน ซึ่งอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยยืนยันถึงบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เกี่ยวกับเรื่อง ฟ้าฝนมาแล้ว

เหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้อีกอย่างคือ หลังจากถวายพระเพลิงจริง นกกระยางขาว 9-10 ตัว ไม่รู้ว่ามาจากที่ไหน ได้บินวนเหนือพระเมรุมาศแล้วหายไปในก้อนเมฆ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ปกติ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบายว่า ปกตินกกระยางขาวนอนตั้งแต่พลบค่ำแล้ว จะไม่ออกบินตอนดึก เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติ หาเหตุผลอธิบายไม่ได้ แต่คนไทยเราอธิบายได้ว่า เป็นเพราะบุญญาบารมี

เหตุการณ์ดังกล่าวแม้จะเป็นความอัศจรรย์แล้ว แต่ที่อัศจรรย์กว่าคือ การที่คนไทยรวมกันเป็นหนึ่ง ร้านค้าปิดจนกรุงเทพฯ เสมือนเมืองร้าง ผู้คนออกจากบ้านเพื่อไปถวายดอกไม้จันทน์ พระเมรุมาศจำลองในสถานที่ต่างๆ เต็มไปด้วยผู้คนในชุดดำที่เข้าคิวรอนานเป็นชั่วโมงเพื่อให้ไดถวายดอกไม้จันทน์ แม้จะไม่ใช่ที่สนามหลวงก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีจิตอาสาจำนวนมากที่ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อพ่อหลวง ต่างคนต่างมีอัธยาศัย มีน้ำใจต่อกัน ทั้งน้ำทั้งอาหารมีผู้จัดหามาแจกจ่ายตลอดงาน และตลอดปีที่ผ่านมาเป็นความอัศจรรย์ที่เหนือกว่าความอัศจรรย์จากธรรมชาติ

ความอัศจรรย์แห่งความสามัคคีของคนไทยในช่วงเวลานี้ เกิดเป็นความหวังว่าคนไทยเราจะไม่ทะเลาะกันอีก แม้จะเป็นเพียงความหวัง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ด้วยคนไทยเราเองนี่แหละ

หากจะพินิจพิจารณาโดยแก่นแท้แล้ว พระองค์ท่านไม่ได้จากพวกเราไปไหน ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า อะไรคือความเป็นในหลวงรัชกาลที่ 9

ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ที่ประกอบเป็นพระสรีระที่สลายไปแล้ว หรือผลงาน-คำสอน-แนวทาง-คุณงามความดี คือความเป็นในหลวงรัชกาลที่ 9

ถ้ามีปัญญาคิดได้แต่เพียงว่า พระสรีระที่ถูกเผาไหม้ไปหมดแล้ว คือพระองค์ท่าน คนที่คิดได้แค่นี้ จะมีแต่ความโศกเศร้า ไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จากผลงานที่พระองค์ทิ้งไว้ให้ เป็นสิ่ง ที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่จะไม่ได้รับ ประโยชน์ใดๆ จากการทุ่มเททรงงานเพื่อพวกเรา เหมือนลิงได้แก้ว กิ้งก่าได้ทอง ที่ได้รับสิ่งของที่มีประโยชน์ มีคุณค่า แต่ใช้ประโยชน์ไม่เป็น

ตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่ดินน้ำลมไฟ แต่อยู่ที่จิตซึ่งเป็นอมตะ ที่ไม่สูญหายไปไหน ความเป็นมนุษย์ในภพชาติใด สิ่งที่เป็นตัวตนของมนุษย์ในแต่ละภพแต่ละชาตินั้น คือ ผลงานการกระทำที่ทิ้งไว้ในโลกเหมือนเช่นทุกวันนี้ ที่แม้ไม่เคยเห็นพระนเรศวรมหาราช แต่พวกเรารู้จักท่าน รู้จักในคุณงามความดีของพระองค์ท่าน รู้จักผลงานที่พระองค์ท่านกอบกู้เอกราชให้ชาติไทย เราไม่มีโอกาสได้รู้จักเนื้อตัวร่างกาย แม้หน้าตาจริงๆ เราก็ไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร

เราได้เห็นถ้อยคำหรูๆ ที่เขียนขึ้นเพื่อพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะเป็นทำดีเพื่อพ่อ ขอเป็นข้ารองบาท หรือจะเป็นคนดีเพื่อพ่อ ถ้อยคำอักษรเป็นเพียงกระดาษเปื้อนหมึก หากเราเพียงแต่ติดป้ายไว้โดยไม่ลงมือกระทำจริงๆ แล้ว สิ่งที่พระองค์ท่านสอนมาก็ไร้ค่า

หากเราเคารพรักพระองค์ท่านจริง สิ่งที่พระองค์อยากเห็นมากที่สุดคือ การทำตามแนวทางคำสอนของพระองค์ท่าน ซึ่งพิสูจน์มาแล้วจากผู้ที่นำไปปฏิบัติว่า เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ผู้ปฏิบัติได้รับผลด้วยตนเอง ชีวิตมีความสุข เป็นความสุขจากภายในคือจิตใจที่เป็นสุข เพราะพอใจในสิ่งที่มี

การระลึกถึงหรือการบูชา มี 2 แบบ คือ อามิสบูชา เป็นการบูชาด้วยสิ่งของ และการปฏิบัติบูชา คือ การบูชาด้วยการกระทำ ในการบูชาทั้งสองอย่างนี้พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญการปฏิบัติบูชาว่า เป็นการบูชาอันสูงสุด เหนือกว่าอามิสบูชา

แทนการแสดงความอาลัยและบูชาเพียงกราบไหว้รูปเหมือนของพระองค์ท่าน พวกเรามาปฏิบัติบูชาพระองค์ท่านกันดีกว่า

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก