
อะไรเกิดก่อนกัน
ธนพล บางยี่ขัน ว่าไปมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ...
ธนพล บางยี่ขัน
ว่าไปมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ...
แต่สำหรับคนไทยหัวดำที่ยุคหนึ่งเคยถูก ตีตราว่าอ่านหนังสือปีหนึ่งเฉลี่ย 8 บรรทัด มาเจอพฤติกรรมหนอนหนังสือของคนรัสเซียก็อาจต้องรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างเป็นธรรมดา
ถ้าไม่นับความสวยงามอลังการของสถานีรถไฟใต้ดินอันขึ้นชื่อของที่นี่ อีกสิ่งที่น่าจะเป็นอะเมซิ่งรัสเซียก็คงต้องเป็นพฤติกรรมรัก การอ่าน อันน่าจะติดอันดับต้นๆ ของโลกได้เลยทีเดียว
คำนวณด้วยสายตาคร่าวๆ รถไฟใต้ดินหนึ่งตู้จะมีคนอ่านหนังสือเกือบ 40% ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ไล่ไปจนถึง พ็อกเกตบุ๊ก ยังไม่รวมกับบรรดาคุณลุงคุณป้าที่นั่งเล่นครอสเวิร์ด โซโดกุ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ตลอดการเดินทาง
ที่สำคัญพฤติกรรมการอ่านของคนที่นี่ ครอบคลุมตั้งแต่เด็กวัยรุ่นไปจนถึงคนสูงวัยอย่างเท่าเทียมเสมอภาค
ไม่ว่าจะนั่งหรือยืนบนรถไฟ หลายคนสามารถอ่านหนังสือในมือได้อย่างมีสมาธิ เก่งกว่านั้นบางคนเดินอ่านมาตั้งแต่ก้าวลงจากบันได ก่อนเข้าสู่ตัวชานชาลาอันขวักไขว่แบบคุ้นชินเส้นทาง
จนอดคิดไม่ได้ว่าพฤติกรรมรักการอ่านมันมาควบคู่กับระบบขนส่งที่ดีหรือไม่
ยิ่งหากหลายคนที่เคยสัมผัสระบบขนส่งของที่นี่ จะรู้ว่าทุกอย่างดูเป็นระบบ รวดเร็ว จนเอื้อให้การอ่านสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าระบบขนส่งของบ้านเรา
แต่หากมองลึกๆ แล้วระบบขนส่งคงเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง เพราะในยุค "สังคมก้มหน้า" หลายคนจดจ่อใช้เวลาส่วนใหญ่ของแต่ละวันไปกับการเสพสื่อผ่านโทรศัพท์มือถือ
แต่คนที่นี่ไม่เป็นเช่นนั้น จำนวนคนเล่นมือถือบนรถไฟใต้ดินนั้น น้อยกว่าคนอ่านหนังสืออย่างเทียบไม่ติด
ไม่เพียงแค่รถไฟใต้ดิน ทั้งรถไฟข้ามเมือง หรือรถโดยสารอีกหลายชนิด คนที่ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือกันระหว่างทางจนกลายเป็นภาพชินตา
ที่สำคัญแต่ละสถานีรถไฟใต้ดินล้วนแต่มีร้านขายหนังสือมากกว่าหนึ่งร้านไว้บริการ ยังไม่รวมกับแผงหนังสือที่มีลักษณะเป็นตู้กระจกขนาดพอเหมาะ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ กระจายตัวอยู่ตามถนนหนทาง
นี่กระมังอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้การอ่านงอกเงยหรือฝังรากลึกมายาวนาน
มองลึกลงไปกว่านั้น ร้านหนังสือขนาดใหญ่ของที่นี่ซึ่งมีหลายชั้น ละลานตา จัดแบ่งไว้เป็นหมวดหมู่อย่างน่าสนใจ หนังสือคลาสสิกของนักเขียนรัสเซียหลายคนก็ยังมีนักอ่าน แวะเวียนไปเลือกซื้อ
บางร้านแทรกตัวอยู่ในถนนท่องเที่ยวสำคัญ บางร้านจัดมุมกาแฟมีวิวทิวทัศน์สวยงาม ล้วนแต่เย้ายวน และเอื้ออำนวยให้เกิดการอ่านหนังสือได้เป็นอย่างดี
แต่เหตุผลสำคัญที่สุดอาจเป็นเรื่อง "ราคา" เพราะหนังสือที่ตีพิมพ์ในภาษารัสเซียนั้นถูกกว่าหนังสือในประเทศอื่นๆ อย่างชัดเจน อย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับปกแข็งของที่นู่น ยังถูกกว่าฉบับปกอ่อนของบ้านเราอยู่มาก
อย่างนี้แล้ว การเข้าถึงหนังสือของทั้งเยาวชน ตลอดจนผู้มีรายได้น้อย ย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายกว่ามุมอื่นของโลก
ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ซึ่งเคยตื่นตัวพยายาม "ปฏิรูป" ยกเครื่องปลูกฝังการอ่านของไทยกันขนานใหญ่
ทั้งจะยกระดับให้การอ่านเป็นวาระ แห่งชาติ ทั้งผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งการอ่าน แต่อาจไม่ได้มองหรือขับเคลื่อนสร้างปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่จะเอื้อให้เกิดการอ่านอย่างจริงจัง
ครั้งหนึ่ง "รัสเซีย" เคยได้ชื่อว่าเป็นชาติมหาอำนาจของโลก ก้าวหน้าถึงขั้นส่งสุนัขไปในอวกาศได้สำเร็จ หลายคนมองว่าการอ่านเป็นรากฐานของความก้าวหน้าในอดีตที่ยังตกทอดถึงปัจจุบัน ในขณะที่บางคนมองว่าเป็นเพราะความก้าวหน้าที่นำมาสู่การอ่าน
เช่นเดียวกับพฤติกรรมการอ่านที่หลายคนมองว่ามาจากบรรยากาศแวดล้อมที่เอื้ออำนวย แม้หลายคนจะเห็นแย้งว่าพฤติกรรมการอ่านจะนำไปสู่บรรยากาศที่สนับสนุนการอ่าน
ทว่ามันอาจไม่ใช่เวลามานั่งถกเถียงคำถามโลกแตกว่าอะไรเกิดก่อนกัน
แต่หากต้องการจะพัฒนาการอ่านกันอย่างจริงจัง เราอาจจะต้องตั้งต้นกันใหม่ทั้งระบบ มากกว่าแค่การจัดอีเวนต์ใหญ่โต และประกาศว่าเราเป็นมหานครแห่งการอ่าน







