posttoday
จงอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วจะได้ของดี

จงอ่อนน้อมถ่อมตน แล้วจะได้ของดี

26 ตุลาคม 2560

โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย[email protected]ตั้งแต่เริ่มมาทำงานในบริษัทเกาหลีเป็นพนักงานรุ่นแรกก่อนที่จะก่อสร้างโรงงานเสร็จ เบื้องต้นก็ต้องไปเรียนรู้งานที่บริษัทแม่ก่อน พวกเรา 18 ชีวิต ก็ยกพลกันขึ้นเครื่องบินไปเกาหลี มีกำหนดเรียนงานอยู่ถึง 5 เดือน แล้วจึงจะช่วยกันถอดเครื่องจักรแพ็กใส่ลัง ส่งลงเรือมาผลิตต่อในไทย เมื่อไปถึงวันแรกในงานปฐมนิเทศน์ คำสอนหนึ่งที่ผู้จัดการใหญ่โรงงานเกาหลีพูดและจำได้ฝังใจตลอดเวลาที่ทำงานต่อเนื่องมาอีกกว่า 20 ปี ก็คือ "จงทำตัวให้อ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้สอนงานแม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งต่ำกว่าเธอ"

โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย[email protected]

ตั้งแต่เริ่มมาทำงานในบริษัทเกาหลีเป็นพนักงานรุ่นแรกก่อนที่จะก่อสร้างโรงงานเสร็จ เบื้องต้นก็ต้องไปเรียนรู้งานที่บริษัทแม่ก่อน พวกเรา 18 ชีวิต ก็ยกพลกันขึ้นเครื่องบินไปเกาหลี มีกำหนดเรียนงานอยู่ถึง 5 เดือน แล้วจึงจะช่วยกันถอดเครื่องจักรแพ็กใส่ลัง ส่งลงเรือมาผลิตต่อในไทย เมื่อไปถึงวันแรกในงานปฐมนิเทศน์ คำสอนหนึ่งที่ผู้จัดการใหญ่โรงงานเกาหลีพูดและจำได้ฝังใจตลอดเวลาที่ทำงานต่อเนื่องมาอีกกว่า 20 ปี ก็คือ "จงทำตัวให้อ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้สอนงานแม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งต่ำกว่าเธอ"

"ความอ่อนน้อมถ่อมตน" เป็นคำสอนของผู้ใหญ่ฝั่งเกาหลีที่ดีที่สุดเท่าที่ทำงานด้วยกันมาเลยทีเดียวค่ะ เป็นเรื่องที่สำคัญมากจริงๆ หากทำตัวกร่าง น่าหมั่นไส้ มีหรือที่คนสอนงานจะสอนให้อย่างหมดไส้หมดพุง ในเวลานั้นยังไม่รู้จักการจัดการความรู้ (Knowledge Management) กันเท่าไร ความรู้ในบริษัทส่วนใหญ่จึงสิงสถิตอยู่ในตัวคน หากเจ้าของร่างไม่ยินยอม ใครก็ไม่อาจอัญเชิญของดี (ความรู้) ออกมาได้

ความรู้ที่เก็บสะสมอยู่กับตัวเรานี้ เรียกว่า Tacit Knowledge หากผู้สอนไม่ชอบใจ ไม่เอ็นดู ไม่เกรงใจ ผู้เรียนอย่าหวังเลยว่าจะได้ความรู้เบื้องลึกที่เขาอุตส่าห์สั่งสมมายาวนาน กลับไปได้ทั้งหมด จะได้ก็แต่ความรู้ทั่วไป...คำสั่งสอนของผู้จัดการใหญ่ช่วยเราได้มาก เพราะในครั้งนั้นคนสอนงานที่เกาหลีจัดมาให้ มีตั้งแต่คนที่มีตำแหน่งต่ำสุดในโรงงาน ไล่เรียงขึ้นมาจนถึงผู้จัดการระดับสูง เรียกว่าต้องรู้ตั้งแต่วิธีทำความสะอาดห้องผลิตแผ่นวงจรรวม (Wafer Fabrication) ซึ่งเป็นห้อง Clean Room ระดับคลาส 100 คือ มีจำนวนอนุภาคฝุ่นเล็กๆ ขนาด 0.5 ไมครอน หรือใหญ่กว่า ไม่เกิน 100 อนุภาคต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์ฟุต สะอาดใกล้เคียงกับห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลใหญ่เลยเชียวค่ะ

"ความอ่อนน้อมถ่อมตน" จึงเป็นแนวทางในการทำงานในบริษัทที่ได้สั่งสอนต่อๆ กันมารุ่นต่อรุ่นหลังจากที่กลับมาเปิดการผลิตในโรงงานในไทย และกลายเป็นวัฒนธรรมอันหนึ่งที่ทำให้เกิดความเกรงใจกันในองค์กร มีความรู้สึกเป็นพี่เป็นน้อง แม้จะมีคนที่ชอบ "โชว์พาว" (Power) คือ ยกตนข่มท่าน เข้ามาบ้าง แต่ต่อมาก็ต้องเปลี่ยนตนเองหรือไม่ก็เปลี่ยนงานเพราะอยู่กับคนอื่นไม่ได้

ความอ่อนน้อมถ่อมตน นับว่าเป็นวัฒนธรรมที่ดีมากค่ะ...ทว่ากลับเป็นสิ่งที่เด็กเจเนอเรชั่น Z ส่วนใหญ่ (ได้แก่ วัยรุ่นในปัจจุบัน) ขาดหายไป เหตุเพราะเทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างประมวลผลรวดเร็ว เด็กๆ จึงใจร้อนรอไม่ได้ อะไรที่รู้อยู่แล้วก็ใจร้อนแสดงออกมาโดยเก็บความรู้สึกไม่เป็น ทำให้ดูเหมือนไม่ค่อยมีความอ่อนน้อมถ่อมตนเสียเท่าไร อนาคตของคนเจเนอเรชั่นนี้ ส่วนใหญ่จึงต้องทำงานคนเดียว เป็นไลฟ์สไตล์ที่มากับพัฒนาการของเทคโนโลยีซึ่งมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์...

พูดถึง "ความรู้ในตัวคน" นี้ เป็นทรัพย์สมบัติของบริษัทอย่างหนึ่งในรูปแบบทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ แม้จะเป็นนามธรรม ทว่ามันมีอยู่จริงและสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรได้จริงจากความรู้ของพนักงานคนนั้น...ตราบเท่าที่พนักงานยังคงเป็นพนักงานของเรา ทรัพย์สมบัติกองนี้ก็ยังคงเป็นของเรา แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาก้าวเดินออกจากบริษัทไป ทรัพย์สมบัติกองนี้ก็จะหายไปพร้อมกับเขาด้วย ดังนั้น ผู้บริหารองค์กรจึงจำเป็นต้องมีการบริหารทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้นี้ โดยการหาวิธีเก็บความรู้เอาไว้ แม้ว่าคนจะออกไปก็ตาม

เมื่อเราดำเนินโครงการ "โครงการชุบชีวิตองค์กรให้สาวขึ้น" จึงได้ทำ การทวนสอบวัดระดับความรู้ที่อยู่ในตัวคน เพื่อค้นหาว่าแต่ละคนพกทรัพย์สมบัติที่บริษัทมีหุ้นส่วนด้วยอยู่เท่าไร หากเขาลาออกไปตามโครงการที่บริษัทเสนอ บริษัทจะได้รู้ว่าจะเสียหายประมาณเท่าไร หรือว่าต้องมีแนวทางลดความเสียหาย เช่น อาจจะยืดอายุเขาไปสักระยะเพื่อจัดหาคนมารับมรดกทรัพย์สมบัตินี้ให้ได้ แม้อาจจะเก็บไม่หมดแต่ก็ยังคงเก็บใส่หีบคืนบริษัทได้บางส่วนก็ยังดี...Tacit Knowledge จึงเป็นตัวแปรตัวที่ 7 อันเป็นตัวสุดท้ายก่อนที่จะนำตัวเลขทั้งหมดมาคำนวณหาคุณค่าของพนักงานแต่ละคน

อนึ่ง เรามีข้อตกลงเบื้องต้นกันก่อนแล้วว่า จะไม่มีการน้อยใจหากมีผลตัวเลข "คุณค่า-Value" ของพนักงานแต่ละคนออกมาไม่เท่ากัน เรื่องความน้อยใจนี่สำคัญมากนะคะ น่าจะเป็นเรื่องที่ยากที่สุดของการบริหารองค์กรที่มีผู้หญิงมากกว่า 70% แบบโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ แม้หน่วยงานการศึกษาที่ไปทำงานอยู่ก็ยังเจอปัญหาอาจารย์สาวๆ น้อยอกน้อยใจเรื่องต่างๆ แม้งานจะเดินไปได้ไม่สะดุด แต่ก็ไม่ได้ผลออกมาดีที่สุด ฉะนั้นอย่าคิดว่าความรู้สึกผู้หญิงไม่สำคัญ!...

วิธีการทวนสอบวัดความรู้ เราเรียกว่า Re-qualifying examination วัดกันทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยการสอบทั้งในบนกระดาษ และให้ทำให้ดูในสายการผลิตจริง และยังให้สอนงานพนักงานอื่นที่ไม่เคย เรียนรู้งานด้านนั้นๆ มาก่อน แล้วดูว่าหลังจากผู้รับการทวนสอบได้สอนแล้วพนักงานอื่นจะทำได้ไหม ผลการวัดออกมาเป็นร้อยละของความรู้ที่ควรจะมี

คราวนี้เราได้ตัวแปรครบ 7 ตัว ก็เอามาบวกลบคูณหารง่ายๆ ค่ะ เพราะถ้าทำสูตรแบบหาข้อมูลยาก คำนวณยาก ทั้งฝ่ายโรงงานทั้ง HR ก็จะไม่อยากทำ เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มงานให้เขา ความรู้สึกแบบนี้เป็นธรรมดาในองค์กรที่มีอายุเยอะค่ะ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นผู้คนมักจะคัดค้านต้านทานกันซะก่อนร่ำไป เรียกว่า Defensive Routine เป็นกลไกป้องกันตนเองอัตโนมัติเหมือนเม็ดเลือดขาวที่คอยดักจับเชื้อโรคแปลกปลอมที่เข้ามาในร่าง...จนกระทั่งรู้แน่ชัดว่า เอ๊ะ อันนี้ดีต่อตัวฉัน เช่น ทำแล้วลดเวลาทำงานลง ง่ายขึ้นจริง คนก็จะเริ่มยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น...

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก