posttoday
จิตสำนึกต่อส่วนรวม

จิตสำนึกต่อส่วนรวม

27 ตุลาคม 2560

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและเก็บพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ผ่านพ้นไปแล้ว สร้างความประทับใจให้คนทั่วทั้งโลก ที่ประชาชนชาวไทยมีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่เคารพรักของพสกนิกรปวงชนชาวไทย จนเป็นที่กล่าวขวัญของคนทั้งโลก

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและเก็บพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ผ่านพ้นไปแล้ว สร้างความประทับใจให้คนทั่วทั้งโลก ที่ประชาชนชาวไทยมีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่เคารพรักของพสกนิกรปวงชนชาวไทย จนเป็นที่กล่าวขวัญของคนทั้งโลก

งานพระราชพิธีครั้งนี้มีประชาชนชาวไทยร่วมถวายดอกไม้จันทน์ 19 ล้านคนทั่วประเทศ สำนักเลขาธิการอาเซียนในอินโดนีเซียลดธงครึ่งเสาร่วมแสดงความอาลัยในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 25-27 ต.ค. 2560

หน้าเฟซบุ๊กของนักธุรกิจต่างชาติในไทยบางคนยังโพสต์ภาพมารดาของพวกเขานั่งจับจ้องดูการถ่ายทอดสดพระราชพิธีทางทีวีราวกับดูเรื่องราวในเทพนิยาย ด้วยความสวยงามของพระบรมโกศและพระเมรุมาศอันวิจิตรพิสดารที่ระดมช่างฝีมือชั้นครูระดับประเทศมาร่วมกันทำ รวมถึงมาลัยที่ร้อยไว้ต้อนรับอาคันตุกะพระราชาประเทศต่างๆ ที่สร้างความประทับใจได้อย่างลึกซึ้ง

แต่ภาพภายในที่ยังไม่ได้สื่อออกไปภายนอก คนที่เข้าร่วมพิธีเท่านั้นที่สามารถมองเห็น นั่นคือการรวมตัวของประชาชนในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมาที่ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง

เกิดภาพที่ไม่ควรเกิดในวันพระราชพิธีสำคัญของประเทศ สะท้อนจิตสำนึกของคนไทยทั้งที่เป็นวันสำคัญ นั่นคือ ขยะที่เกลื่อนบริเวณถนนจักรเพชร ปากคลองตลาด การแซงคิวในขณะที่ต่อคิวเข้าถวายดอกไม้จันทน์ตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ

แน่นอนว่า การรวมตัวของคนหมู่มากย่อมเกิดปัญหาตามมาเป็นเรื่องปกติ แต่ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากคนมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม การรวมตัวเพื่อส่งเสด็จในครั้งนี้แทบจะไม่มีความหมายใดเลยสำหรับผู้ที่ทิ้งขยะไว้หรือคนที่ไม่มีความอดทนอดกลั้น ไม่มีระเบียบวินัยที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น ไม่รู้จักหน้าที่พลเมือง ไม่มีจิตสาธารณะที่จะตั้งมั่นในการทำความดี จะทำให้เกิดปัญหาสังคม เพราะไม่ได้นำพระราชดำรัสของพระองค์มาปรับใช้กับการดำรงชีวิตของท่านเลย

ดังที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้มีพระสัทธรรมเทศนา ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งธรรม มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ตอนหนึ่ง ว่า

"ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ ก็จำเป็นต้องมี 'สติ' เกิดร่วมด้วยทุกครั้ง ดังนั้น การรู้แจ้งอริยสัจธรรม ดับกิเลสตามลำดับขั้น ต้องเป็นเรื่องของสติและปัญญาเท่านั้น ที่จะเป็นไปเพื่อการระลึกรู้สภาวะธรรม ตามความเป็นจริง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระสติระลึกรู้ จึงทรงดำรงพระชนม์ชีพอย่างสง่างาม ทั้งทางโลกและทางธรรม ด้วยปัญญา สรุปประมวลได้ว่า พระองค์ทรงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทในชีวิต พระบุญญาธิการจึงไพบูลย์ ควรที่เราทั้งหลาย ผู้ยังอยู่เบื้องหลัง จะเร่งทำประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวม ตามรอยพระยุคลบาท ให้บริบูรณ์ ด้วยความไม่ประมาท เพื่อพระผู้เสด็จจากไป จะได้ทรงอิ่มพระราชหฤทัยว่า 'กะตัง กะระณียัง'

กิจอันต้องกระทำ ได้กระทำเสร็จแล้ว..."

แล้ววันนี้ท่านทำกิจที่ควรกระทำแล้วหรือยัง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก