posttoday
บิ๋นแจ ดินแดนสาวงาม

บิ๋นแจ ดินแดนสาวงาม

27 ตุลาคม 2560

การไปเยี่ยมเยือนลูกค้าแต่ละครั้ง ผมกับคู่หูคือคุณมงคล มักจะไปไหนด้วยกันเป็นประจำ การที่เราต้องเดินทางนั้น

โดย กริช อึ้งวิฑูรย์สถิตย์

การไปเยี่ยมเยือนลูกค้าแต่ละครั้ง ผมกับคู่หูคือคุณมงคล มักจะไปไหนด้วยกันเป็นประจำ การที่เราต้องเดินทางนั้น ข้อดีคือเราได้รู้ได้เห็นภูมิประเทศของเวียดนามอย่างดี อีกทั้งเรายังรู้ว่าลูกค้ามีความต้องการบริโภคอะไร รสนิยมของลูกค้ามีการเปลี่ยนไปหรือไม่ และเห็นถึงความเป็นอยู่ของชาวเวียดนามได้อย่างถ่องแท้ แน่นอนครับว่าเราได้นำเอาเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้นมาคุยกัน ปรึกษาหารือกันตลอดเวลาครับ เมื่อความเหล่านั้นถูกนำมาคุยกันทั้งบนรถและบนโต๊ะอาหาร มักจะตกผลึกออกมาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างดีครับ บางกลยุทธ์ที่นำมาใช้ จะถูกบ้างผิดบ้าง แต่ก็เป็นบทเรียนอย่างดีทีเดียว

บางแห่งที่เราไปตรวจตลาดนั้นมักจะมีข้อดีข้อเสีย จุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป ต้องยอมรับว่าเรามองอะไรได้ดีกว่าคู่แข่งทางการค้า เรื่องต่างๆ เหล่านี้ ผมมักจะเอากลับมาสอนลูกสอนหลานว่า แต่ละชนชาตินั้นเราอย่าได้มองแบบดูถูกดูแคลนเด็ดขาดครับ เพราะทุกชาติหรือทุกเผ่าพันธุ์ล้วนมีดีมีด้อยต่างกัน เราต้องมองเขาให้เห็นถึงจุดเด่น อย่าไปมองจุดด้อยเขาเป็นอันขาด ผมเคยสนทนากับเพื่อนๆ หลายคน มักจะมองชาติเพื่อนบ้านว่า เขาล้าหลังเรา บางคนก็มองว่าเวียดนามไม่ทันสมัย สกปรก ผมก็จะบอกว่า อย่าดูถูกเขา ประเทศเขาปิดไปในช่วงยุคสงครามเปลี่ยนแปลงการปกครองเท่านั้น พอเขาเปิดประเทศอีกครั้ง เห็นไหมล่ะ เขาขยันมาก เรียนรู้ทุกอย่าง การศึกษาที่ปิดกั้นมานาน ตอนเปิดประเทศเขาก็รีบขวนขวายเต็มที่ ภาษาที่เขาเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต เขาก็ไปเรียนพิเศษภาษาที่สอง สาม สี่กัน ทำให้เขาพัฒนากันอย่างรวดเร็วมาก ผิดกับเด็กไทยที่สบายกันมานาน ไม่เคยโดนความลำบาก อยู่อย่างสบายๆ จึงไม่ได้ให้ความสำคัญที่อยากจะเรียนรู้กันสักเท่าไร เห็นแล้วเสียดายแทนนะครับ

ทริปที่ผมเดินทางแล้วมีความสุขคือที่ "บิ๋นแจ" ครับ ที่นี่เป็นเมืองที่รายล้อมไปด้วยน้ำ แม่น้ำไหลผ่านสองสามสาย ทำให้มีความรู้สึกคล้ายๆ เป็นเกาะกลางน้ำ เวลาเดินทางไปต้องข้ามแม่น้ำด้วยเรือบรรทุกรถ อยากจะเรียกเรือเฟอร์รี่ แต่ก็ ไม่ใช่ ต้องเรียกแพขนานยนต์น่าจะใกล้เคียงกว่า เวลาที่เราเสียไปกับการรอข้ามฝั่ง มักจะอย่างน้อยเป็นชั่วโมง ผมสองคนก็จะเดินไปพูดคุยกับชาวบ้านที่มาขายของที่ท่าเรือข้ามแพ สิ่งที่ชาวบ้านเอามาขายก็จะมีขนมที่ทำจากถั่ว คล้ายขนมตุ๊บตั๊บ มะพร้าวอ่อนที่เหมือนจะเป็นมะพร้าวห้าว หรือมะพร้าวแกงมากกว่า ไม่ใช่มะพร้าวน้ำหอมหรือมะพร้าวน้ำหวาน ซึ่งในยุคนั้นเขายังไม่ค่อยพัฒนาพันธุ์มะพร้าว น้ำมะพร้าวที่ดื่มก็เพียงแค่พอแก้ขัดเท่านั้น ไม่หวานไม่หอมเหมือนของบ้านเรา แต่ที่เมืองบิ๋นแจเขาปลูกกันเยอะมาก เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองติดชายทะเล จึงเป็นน้ำกร่อย เหมาะสำหรับปลูกมะพร้าวครับ ต่อมาทราบมาว่ามีผู้ประกอบการไทยไปเปิดโรงงานผลิตกะทิกระป๋องที่นั่นแล้วครับ

ที่เมืองบิ๋นแจ นอกจากจะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องมะพร้าวแล้ว ยังมีผลไม้อื่นๆ เช่น มะม่วง ก็ได้ชื่อว่าอร่อย แต่ผมยังไม่ค่อยจะติดใจเท่าไร ถ้าเทียบกับมะม่วงไทยหรือเมียนมา แต่ที่แน่ๆ และขึ้นชื่อมากเห็นจะได้แก่สาวงามครับ ที่บิ๋นแจเป็นแหล่งที่มีสาวเวียดนามตอนใต้ที่งดงามมาก เราไปเดินตลาดกันมักจะเห็ลูกสาวชาวบ้านที่สวยงามสมคำเล่าลือจริงๆ ที่บริษัทผมหนุ่มๆ หลายคนก็เสร็จเรียบร้อยกับสาวบิ๋นแจนี่แหละครับ น้องภรรยาคุณมงคล (คุณกานต์) ก็ได้ภรรยาเป็นสาวชาว บิ๋นแจเช่นกัน นี่ถ้าเป็นเมืองไทยคงได้คำขวัญประจำจังหวัดว่า "ลือเลืองเมืองบิ๋นแจ แม่หญิงสวย รวยมะพร้าว กะทิหอมมัน มะม่วงรสเลิศ เกาะประเสริฐสมบูรณ์"

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน