posttoday
บัวทองลุยเจาะออนไลน์

บัวทองลุยเจาะออนไลน์

18 ตุลาคม 2560

บัวทองฯ เริ่มสตาร์ทต้น พ.ย. ปั๊มยอดขายโค้งสุดท้ายเน้นตลาดออนไลน์มากขึ้น กางแผนปี 2561 รับบริหารโครงการเพิ่มพร้อมลุยเปิดอีก 2 โครงการแนวราบ

บัวทองฯ เริ่มสตาร์ทต้น พ.ย. ปั๊มยอดขายโค้งสุดท้ายเน้นตลาดออนไลน์มากขึ้น กางแผนปี 2561 รับบริหารโครงการเพิ่มพร้อมลุยเปิดอีก 2 โครงการแนวราบ

น.ส.สุนิสา สุขจั่น กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยถึงการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2560 ว่า ทางบริษัทจะเริ่มทำกิจกรรมทางการตลาดอีกครั้งในเดือน พ.ย.นี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดอีเวนต์ การออกบูธ รวมทั้งการรุกตลาดโซเชียลมีเดียทุก รูปแบบมากขึ้น หลังจากที่บริษัทได้มีการปรับปรุงเว็บไซต์เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามียอดขายเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. มียอดขายผ่านออนไลน์อยู่ราวกว่า 7 ล้านบาท แต่ในเดือน มิ.ย.-ส.ค. มียอดขึ้นกว่า 80 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจรับบริหารงานขายและวางแผน การตลาดโครงการในปีนี้นั้น มีโครงการอยู่ระหว่างการขาย 14 โครงการ และอยู่ในระหว่างการเจรจาอีก 5 โครงการ คาดว่าถึงสิ้นปีจะมีโครงการบริหารรวม 19 โครงการ ส่วนในปี 2561 ตั้งเป้ารับบริหารโครงการเพิ่มราว 5-10 โครงการ ทั้งแนวราบและแนวสูง อย่างไรก็ดีตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยผลงานในช่วง 9 เดือน ทำได้แล้ว 811 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจพัฒนาโครงการในปีที่ผ่านมาของกลุ่มบัวทอง ซึ่งดูแลโดยบริษัท บัวทอง แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งได้พัฒนาโครงการพฤกษ์พิมาน การ์เด้น (ราชพฤกษ์-วงแหวน) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท มียอดขายแล้ว กว่า 75% คาดว่าจะปิดการขายในไตรมาส 2 ปี 2561

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพฤกษ์พิมาน 5 (กาญจนา-ลาดปลาดุก) โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 360 ล้านบาท มียอดขายแล้วกว่า 85% คาดว่า จะปิดการขายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ดี บริษัทมีนโยบายที่จะเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 อย่างน้อย 2 โครงการในพื้นที่นนทบุรี ประกอบด้วยโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดทำเล วัดลาดปลาดุก พื้นที่โครงการเกือบ 40 ไร่ จำนวน 100 ยูนิต มูลค่าราว 300 ล้านบาท ราคาขายเริ่ม 3 ล้านบาทขึ้นไป

ขณะเดียวกันก็มีแผนจะเปิดโครงการทาวน์โฮม 3 ชั้น ทำเลบางกรวย พื้นที่โครงการ 3-5 ไร่ จำนวน 30 ยูนิต มูลค่าโครงการ 150 ล้านบาท ราคาขายเริ่ม 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ ซึ่งได้มีการดีไซน์แบบบ้านให้โมเดิร์นมากยิ่งขึ้น

น.ส.สุนิสา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมั่นใจในศักยภาพของโซนนนทบุรี และเราอยู่มานาน มีความชำนาญในพื้นที่มีฐานลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก และมองว่ากำลังซื้อมีสูง ทั้งนี้การหันมาจับตลาดทาวน์โฮมก็เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้กว้างขึ้น ซึ่งเป็นได้ทั้งที่ทำงานและอยู่อาศัย เนื่องจากที่ดินหายากขึ้น ราคาปรับขึ้นมามาก

อย่างไรก็ดี ในอนาคตบริษัทก็มีแผนจะขยายการพัฒนาโครงการไปในทำเลอื่นๆ โดยยัง จะเน้นตลาดกลางและบน สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ทั้งกรุ๊ปที่ 1,200 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก