
พ่อสอนให้ออม
ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในพระราชกรณียกิจของ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร" ในหลวงรัชกาลที่ 9
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในพระราชกรณียกิจของ "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร" ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงงานหนักให้พสกนิกรของพระองค์ "อยู่ดีกินดี" จนได้รับการเทิดพระเกียรติจากนานาชาติ และยูเนสโกถวายรางวัลในฐานะ "กษัตริย์นักพัฒนา"
พระองค์ยังทรงเป็น "กษัตริย์นักออม" พระราชจริยวัตรแห่งความพอเพียง พอประมาณ มีเหตุมีผล เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงเป็นแบบอย่างของการใช้ชีวิต รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความสุขที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย ทำให้ประชาชนหันมายึดพระองค์เป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต
ประชาชนได้ชื่นชมพระราชจริยวัตรแห่งความพอเพียงตั้งแต่ทรงพระเยาว์ สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี ทรงสอนพระราชโอรสและพระราชธิดาให้ทรงใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างสามัญชน ปลูกฝังความรู้ความเข้าใจในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการมัธยัสถ์อดออม พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีบัญชีเงินฝากครั้งแรกเมื่อมีพระชนมายุ 5 พรรษา โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเปิดบัญชีประเดิมให้ 100 บาท ประทานให้พระราชโอรส
นอกจากนั้น พระองค์ทรงเป็นผู้ที่รู้จักอดออม ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งสะท้อนออกมาในเรื่องเล่าของคนใกล้ชิดมากมาย เช่น ครั้งหนึ่งสมัยทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กราบทูลสมเด็จย่าว่าทรงอยากได้รถจักรยาน สมเด็จย่าจึงมีพระราชดำรัสให้พระองค์ทรงเก็บเงินค่าขนมไว้วันละเหรียญ พอได้เงินจำนวนมากพอแล้วจึงให้นำไปซื้อจักรยานด้วยพระองค์เอง เมื่อพระองค์ทรงเก็บเงินได้มากพอแล้ว สมเด็จย่าจึงทรงช่วยออกเงินให้ครึ่งหนึ่งเพื่อนำไปซื้อรถจักรยาน
ยังมีเรื่องเล่าอีกมายมายถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม อาทิ เรื่องดินสอทรงงานที่ทรงใช้จน สุดด้าม หลอดยาสีพระทนต์ที่ทรงรีดจนเรียบแบน ฉลองพระองค์ที่ทรงใส่ซ้ำ ฉลองพระบาทที่ใส่ทรงงานจนเปื่อยขาด ฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องที่ประชาชนนำมาใช้เป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต
เมื่อทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา ก็ทรงปลูกฝังให้ทุกพระองค์ฝากเงินโดยธนาคารออมสินจะนำรถโมบายไปรับฝากเงินจากทุกพระองค์ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐานทุกปี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงประทานเงินประเดิมให้พระเจ้าลูกเธอและพระเจ้าลูกยาเธอทุกพระองค์เท่ากับเงินประเดิมที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงประทานให้พระองค์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงอบรมเลี้ยงดู พระราชโอรสและพระราชธิดาในเรื่องของการบริโภคด้วยปัญญาและปลูกฝังในเรื่องของความประหยัดและอดออม นอกจากนี้ ยังทรงแสดงแก่ประชาชนชาวไทยทั้งชาติว่า แม้พระองค์จะเป็นถึงพระเจ้าแผ่นดิน ก็ยังให้ความสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมแห่งการออมแก่บุตรหลานในครอบครัว
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานในหลายโอกาส ได้แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการประหยัดอดออม อาทิ กระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2503 ว่า "ในภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าจะใคร่ได้กล่าวถึงความสำคัญของการประหยัด ซึ่งรัฐบาลชักชวนให้แต่ละคนปฏิบัติ คงจะได้ตระหนักอยู่แล้วทั่วกันว่า การใช้จ่ายโดยประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของ ผู้ประหยัดเองและครอบครัว ช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้ จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ประหยัดเท่านั้น ยังจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย"
ไม่เพียงเท่านั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย ในเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งปรัชญานี้ได้ชี้นำแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ อันจะนำมาซึ่งความผาสุกและความเจริญ
ขณะนี้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้แพร่หลายไปสู่การลงทุน การออม มีบริษัทเอกชน ธนาคารพาณิชย์ ผู้จัดการกองทุนต่างๆ นำหลักการไปใช้ในการบริหารจัดการองค์กรและกองทุนต่างๆ อย่างแพร่หลาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ให้เกิดความสมดุลและพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม จากการเปลี่ยนแปลงของโลก
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุด ไม่ได้







