posttoday
ดันเศรษฐกิจโต 4%

ดันเศรษฐกิจโต 4%

22 ตุลาคม 2560

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงแม้ว่าหลายหน่วยงานปรับเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยใกล้เคียง 4% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของไทยมีการฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่าหลายหน่วยงานปรับเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยใกล้เคียง 4% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของไทยมีการฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ถึง 4% ดูจะเป็นเรื่องที่กระทรวง การคลังยังไม่ยอมยกธงขาวและยังหวังอยู่ลึกๆ ว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ จะเร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเต็มกำลัง เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว ให้ถึง 4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่คิดว่าเศรษฐกิจขยายตัวได้เต็มศักยภาพ ที่ควรจะเป็น

สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาระบุว่า เป้าหมายของกระทรวงการคลังยังต้องการทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 4%

แม้ว่าจะเป็นเรื่องไม่ง่าย หากเร่งการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะงบลงทุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีเงินค้างท่อนอนนิ่งไม่ได้นำออกมาใช้อีกกว่า 1 แสนล้านบาท หากพยายามเข็นงบตรงนี้ออกมาได้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้เต็มศักยภาพขั้นต่ำที่ 4-5%

ขณะที่ สุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็ออกมาให้ความเห็นว่า การทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 4% เป็นเรื่องไม่ง่าย แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องปิดประตูที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะหากมีการออกมาตรการอีกระดับหนึ่ง หรือการเร่งลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานให้เร็วขึ้น ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ 4% เพราะการอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจทุก 1 แสนล้านบาท จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้น 0.1%

ทั้งนี้ หากดูประเมินการคาดการณ์เศรษฐกิจล่าสุดของหน่วยงานต่างๆ ก็ใกล้เคียงกับ 4% ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีนี้โตได้ 3.8% สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีนี้ จะโต 3.7%

สำหรับกระทรวงการคลังคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 3.6% และจะมีการปรับประมาณการใหม่เพิ่มมากขึ้นใกล้เคียงหรือมากกว่าหน่วยงานต่างๆ ข้างต้นเล็กน้อย

เมื่อดูจากตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆ จะเห็นว่า หากรัฐบาลเร่งเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงโค้งท้ายของปีให้ได้ 1-2 แสนล้านบาท ก็มีหวังจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 4% แต่ทว่า เม็ดเงินดังกล่าวถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อยในช่วงเวลา 2 เดือนของปี

ทั้งนี้ หากประเมินจากการขยายตัวเศรษฐกิจไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากแรงขับเคลื่อนด้านการส่งออก ที่ขยายตัวได้มากกว่าที่คาด การท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดี ราคาน้ำมันยัง ไม่สูงจนกระทบการขยายตัวเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.ที่ระดับ 1.5% ก็เป็นระดับที่สนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจ

รวมถึงการเมืองที่มีโรดแมปและประกาศกำหนดเลือกตั้งออกมาชัดเจน ทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจ เป็นผลดีกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และโครงการแจกสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ก็มีส่วนช่วยการขยายตัวเศรษฐกิจ เพราะเงินเข้าระบบเศรษฐกิจรวดเร็ว เนื่องจากผู้ได้สิทธิใช้เงินทั้งหมดทันที

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยัง มีปัจจัยลบจากการลงทุนภาคเอกชน ที่ยังน้อย และกระจุกตัวในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการส่งออกเท่านั้น หากเอกชนลงทุนมากกว่านี้และกระจาย ไปในอุตสาหกรรมอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมเกษตร เป็นต้น ก็จะทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจไทย ได้มากกว่านี้

ขณะที่ไอเอ็มเอฟ ก็มองว่า ไทยควรเร่งปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น

ดังนั้น จากการประเมินเศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆ เห็นได้ชัดว่า การจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้เต็มศักยภาพขั้นต่ำที่ 4% ต้องเร่งการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐในส่วน ที่เหลือ 2 เดือนของปีให้มากที่สุด

ในส่วนของการเร่งลงทุนภาคเอกชน รัฐบาลได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 มีมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่า แต่เอกชนก็เมินลงทุนในปี 2560 แม้จะขยายเวลามาตรการลดหย่อนภาษีแต่ให้หักได้ 1.5 เท่า ก็ยังมีนักลงทุนสนใจลงทุนเพิ่มมีจำนวนน้อย

ขณะที่การเร่งโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้นักลงทุนสนใจในไทยเพิ่ม แต่ยังต้องใช้เวลาดำเนินการอีกระยะหนึ่ง คาดว่าจะเห็นนักลงทุนเริ่มพาเหรดเข้ามาลงทุนในอีอีซีเป็นรูป เป็นร่างในปีหน้าเป็นต้นปี ไม่ใช่ 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ การหวังเม็ดเงินลงทุนของเอกชนเป็นแสนล้านบาท มาลงทุนในช่วงโค้งท้ายของปีจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นการจะ หวังเม็ดเงินลงทุนเอกชนเพื่อมาดันเศรษฐกิจไทย ปีนี้ให้ขยายตัวได้ 4% จึงเป็นเรื่องหวังยาก

เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลจึงเร่งไปที่การลงทุนของรัฐบาล โดยการเร่งลงทุนโครงการงบค้างท่อจากปีงบประมาณก่อนหน้าให้เร่งเบิกจ่ายลงทุนให้มากที่สุดในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่การลงทุนของปีงบประมาณ 2561 ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 ก็มีมาตรการเร่งเบิกจ่ายให้เม็ดเงินออกมาในช่วงที่เหลือของปีมากที่สุด

ขณะที่กระทรวงการคลัง โดย ปลัดกระทรวงการคลังก็ยังเร่งประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งประสานกับ อปท.ที่มีเม็ดเงินที่ยังไม่ได้ลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท ให้นำมาลงทุนโครงการต่างๆ ในจังหวัดให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น หากดันเงินจำนวนนี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้หมด ก็จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.1%

นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังเร่งให้สถาบันการเงินของรัฐเร่งปล่อยสินเชื่อส่งเสริมการลงทุนของ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ หวังเพิ่มการลงทุนภาคเอกชน ทำให้เศรษฐกิจภูมิภาคขยายตัว เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ การ ใช้จ่ายการบริโภคขยายตัว การลงทุน ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจโดยรวม ขยายตัวเพิ่มขึ้น

ดังนั้น เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 4% หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเร่ง การลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐใน ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีจะเร่งเครื่องขึ้นหรือไม่ n

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท