posttoday
12 บริษัทยัน เศรษฐกิจดีถึงปีหน้า

12 บริษัทยัน เศรษฐกิจดีถึงปีหน้า

29 กันยายน 2553

....เจียรนัย อุตะมะ

12 บริษัทจดทะเบียนที่อิงการบริโภคในประเทศ ยืนยันเศรษฐกิจไทยจะแกร่งจนถึงปีหน้า ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต คงเป้าหมายดัชนีปี 2554 ที่ 1,150 จุด ส่วนโนมูระคาดหุ้นเอเชียไปต่ออีก 2 เดือน เม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่อง

บล.ธนชาต ได้จัดงาน Thanachart Consumption Day เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งในงานนี้มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคเข้าร่วมงาน 12 บริษัท โดยมีผู้บริหารและนักลงทุนสัมพันธ์เข้าร่วมงานราว 24 คน ขณะที่มีผู้จัดการกองทุนไทยกว่า 60 กอง เข้าร่วมงานในครั้งนี้

เนื้อหาสาระที่สำคัญที่ได้จากการจัดงานในครั้งนี้ คือ เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตแข็งแกร่งจากภายใน และไม่ต้องพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แนวโน้มธุรกิจโดยรวมเป็นบวก ไม่เฉพาะแต่ในปีนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงปีถัดไปอีกด้วย

นอกจากนี้ ผู้บริหารของบริษัทส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น บริษัทที่ได้รับเชิญในครั้งนี้เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและมาจากหลายอุตสาหกรรม บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเงินโฆษณาอย่างบริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) และบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) และบริษัทที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจในต่างจังหวัดอย่างบริษัท ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) มีการดำเนินงานที่ดีมาก ขณะที่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) ยังได้ประโยชน์จากการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติ และรายได้ของโรงพยาบาลในต่างจังหวัดประมาณ 40%

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 3 บริษัท ทั้งบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) และบริษัท ศุภาลัย (SPLAI) มีผลการดำเนินงานที่ดี

ในมุมมองของ บล.ธนชาต LPN มีแนวโน้มที่เป็นบวกมากที่สุด ขณะที่สถาบันการเงินที่มีความเกี่ยวข้องกับการบริโภคมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามแนวโน้มการบริโภค ขณะที่ธุรกิจภาพยนตร์ ธุรกิจดิจิตอล และธุรกิจสร้างสรรค์และบริหารกิจกรรมทางการตลาดของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) กำลังช่วยชดเชยการลดลงของธุรกิจสินค้าเพลงและลิขสิทธิ์

เนื้อหาสาระที่สำคัญที่ได้จาก ทรงธรรม ปิ่นโต จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ยืนยันข้อความในเชิงบวกว่า การที่เศรษฐกิจในประเทศจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ผลักดันโดยภาคการบริโภคและการลงทุนไปอีกอย่างน้อย 2 ปีข้างหน้า และไม่คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศตะวันตกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง แต่อาจจะชะลอตัวลง ในระยะยาวอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ช่วงขาขึ้น แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังไม่ใช่ปัจจัยกังวลในปัจจุบัน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างมากสำหรับเศรษฐกิจในปัจจุบัน มีการไหลเข้าของเงินทุนอย่างแข็งแกร่ง แต่ด้วยแรงสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานที่ดีจากเศรษฐกิจ มาตรการควบคุมการไหลเข้าของเงินจึงไม่ใช่ความคิดที่ดี และหน้าที่ของ ธปท. คือ การทำให้ทุกสิ่งเป็นไปอย่างราบรื่น และไม่พยายามปรับเปลี่ยนกลไกตลาด

ดังนั้น บล.ธนชาต ยังคงเป้าดัชนีหุ้นไทยปี 2554 ที่ 1,150 จุด เหมือนเดิมกรณีการลงทุนยังคงอยู่ที่การเข้าสู่วงจรการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่ของไทย ซึ่งถูกผลักดันโดยการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งมีเสถียรภาพมากขึ้น และไม่กังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจาก ธปท. เป็นไปได้ที่จะยังคงปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในแดนลบไปอีกในปีหน้า เนื่องจากยังคงมีอัตราการผลิตที่ต่ำกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่มาก และยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริงจากอัตราเงินเฟ้อ และไม่คาดว่าจะมีมาตรการควบคุมเงินทุนใดๆ ที่ออกมาจะส่งผลลบต่อตลาดทุน

ด้าน บล.โนมูระ ออกรายงานกลยุทธ์ The Absence of the Normal III คาดหุ้นเอเชียขึ้นต่อ คงมุมมองเดิมที่ว่าหุ้นเอเชียจะปรับตัวขึ้นไปถึงเดือน พ.ย. จาก

ประการแรก ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า เพราะแนวโน้มธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะเข้าซื้อพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งทางการเงินเรียกว่า Quantitative Easing หรือ QE จากที่ซื้อไปแล้วกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ดอกเบี้ยเอเชียสูงกว่าจูงใจให้เงินไหลเข้า

ประการที่สอง ตลาดพันธบัตรที่เข้าภาวะฟองสบู่ และเงินไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียยังมีปริมาณน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยนับตั้งแต่ช่วงปี 2549 ที่กองทุนต่างชาติถอนเงินลงทุนออกจากตลาดหุ้น ปัจจุบันปริมาณการซื้อสุทธิยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

แต่อย่างไรก็ตาม เงินร้อนที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คาดจะส่งผลให้ธนาคารกลางเอเชียเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน และออกมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า หรือ Tobin Tax ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงสำคัญของตลาดหุ้นเอเชียในอนาคต

อย่างไรก็รอดูนโยบายผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ที่จะเข้ารับตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค.นี้ ด้วยนะคะ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69