posttoday
พรฎ.630 และประกาศกรมสรรพากรฉบับที่ 4-5

พรฎ.630 และประกาศกรมสรรพากรฉบับที่ 4-5

18 ตุลาคม 2560

สาธิตอย่างที่เคยเป็นข่าวในสื่อ 2-3 เดือนก่อนว่าเศรษฐีบางคนใช้ช่องโหว่ของกฎหมายบางฉบับ โดยเฉพาะพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 630) พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะประกาศของกรมสรรพากร ฉบับที่ 4 ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ธุรกิจที่เริ่มจัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. 2559-31 ธ.ค. 2560 ดังนี้

สาธิต

อย่างที่เคยเป็นข่าวในสื่อ 2-3 เดือนก่อนว่าเศรษฐีบางคนใช้ช่องโหว่ของกฎหมายบางฉบับ โดยเฉพาะพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 630) พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะประกาศของกรมสรรพากร ฉบับที่ 4 ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ธุรกิจที่เริ่มจัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. 2559-31 ธ.ค. 2560 ดังนี้

o ยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการโอนทรัพย์สิน เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่บุคคลธรรมดาที่โอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินใด ให้แก่นิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นหุ้นสามัญของบริษัทนั้น

o ต้องเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของบุคคลธรรมดาโดยราคาตลาด

กฎหมายดังกล่าวในช่วงแรกได้มีเอกชนบางรายใช้ช่องโหว่ของประกาศกรมสรรพากรฉบับที่ 4 คือ

1.โอนที่ดินส่วนตัวเข้าบริษัทเพื่อเอาสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษี และลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2.5% เหลือแค่ 0.1%

2.ใช้ราคาตลาดในการโอนที่ดินเข้าบริษัท จะทำให้บริษัทเอาที่ดินมาตีมูลค่าทางการตลาดมาคำนวณต้นทุนค่าเสื่อมราคา หรือหากขายที่ดินต่อไปในอนาคตก็จะเสียภาษีน้อยเพราะฐานต้นทุนมาสูง แต่จากประกาศกรมสรรพากร ฉบับที่ 5 จะเห็นได้ว่าได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว แต่ที่หลายคนสงสัย ทำไมอยู่ๆ สรรพากรต้องออกมาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างนี้ด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรมสรรพากรได้ชี้แจงผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากรและสื่อสังคมออนไลน์ตามเลขที่ข่าว ปชส. 3/2561 ลงวันที่ 10 ต.ค. 2560 ว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังมีนโยบายส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาเปลี่ยนรูปแบบในการประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล อันเป็นการสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในการเสียภาษี โดยได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 5) กำหนด

1.ให้ราคาของทรัพย์สินที่โอนประเภทที่ดินและที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างต้องโอนด้วยราคาประเมินทุนทรัพย์หรือราคาต้นทุนการซื้อแล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า จากเดิมที่กำหนดให้ทรัพย์สินทุกประเภทให้โอนด้วยราคาตลาด

2.เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนรูปแบบเป็นนิติบุคคล กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทยลดค่าธรรมเนียมในการโอนจากร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ลงเหลือร้อยละ 0.01 ของราคาประเมิน

3.ทั้งนี้การออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 5) เป็นการกำหนดราคาโอนที่ดินที่ใช้เป็นทุนของนิติบุคคลที่ตนตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งประกาศดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนของกระทรวงมหาดไทย จึงมิได้ส่งผลกระทบต่อผลการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอนของกระทรวงมหาดไทยแต่อย่างใด

4.การอ้างว่าการกำหนดให้ตีมูลค่าที่ดินตามราคาตลาด ทำให้สามารถคำนวณต้นทุนค่าเสื่อมราคาได้มากและจะทำให้รัฐสูญเสียเงินภาษีนั้น ขอเรียนว่าทรัพย์สินประเภทที่ดินไม่มีการคำนวณค่าเสื่อมราคาและไม่สามารถนำค่าเสื่อมราคามาใช้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ดังนั้นการกำหนดให้ทรัพย์สินประเภทที่ดินต้องโอนด้วยราคาประเมินทุนทรัพย์ หรือราคาต้นทุนการซื้อ แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่าตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 5)

ดังนั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาษีสูญเสียกรณีการคำนวณค่าเสื่อมราคาที่ดิน สรุปก็คือที่กรมสรรพากรให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในครั้งนี้ ก็เพราะรัฐบาลต้องการให้บุคคลธรรมดามาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกัน เพื่อให้อยู่ในระบบภาษี โดยเฉพาะบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ประเภท 40(8) เป็นการขยายฐานภาษีเงินได้ในอนาคตนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท