
‘ดูเตอร์เต’ ความหวังกลุ่มคนถูกลืม
มานูเอล อาบัด และครอบครัวรวม 6 ชีวิต เช่าที่พักอาศัยอยู่ในเขตลาโลมา ย่านชุมชนแออัดภายในเมืองเกซอนซิตี้ของฟิลิปปินส์มานานกว่า 45 ปี โดยครอบครัวของเขาที่มีภรรยา ลูกชาย 3 คน และลูกสาวอีก 1 คน อาศัยอยู่ภายในบ้านขนาด 60 ตารางเมตร ที่มีห้องนอนเพียง 2 ห้อง
มานูเอล อาบัด และครอบครัวรวม 6 ชีวิต เช่าที่พักอาศัยอยู่ในเขตลาโลมา ย่านชุมชนแออัดภายในเมืองเกซอนซิตี้ของฟิลิปปินส์มานานกว่า 45 ปี โดยครอบครัวของเขาที่มีภรรยา ลูกชาย 3 คน และลูกสาวอีก 1 คน อาศัยอยู่ภายในบ้านขนาด 60 ตารางเมตร ที่มีห้องนอนเพียง 2 ห้อง
สำหรับชาวฟิลิปปินส์หลายคนแล้ว ช่วงหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิด "การปฏิวัติของประชาชน" ในปี 1986 ที่โค่นล้มเผด็จการ เฟอร์ดินาน มาร์กอส พวกเขากลับยังไม่เห็นสัญญาณที่บ่งบอกความก้าวหน้าของประเทศเท่าที่ควร
"ค่าเช่าบ้านผมเมื่อปี 1980 อยู่ที่ 500 เปโซ/เดือน (ราว 321 บาท) แต่ตอนนี้ค่าเช่าขึ้นไปถึง 5,500 เปโซ/เดือน (ราว 3,583 บาท)" พนักงานฝ่ายขายและการตลาดวัย 49 ปี ในบริษัทแห่งหนึ่งที่รับผลิตหลอดไฟให้บริษัทจากต่างชาติ กล่าว โดยก่อนหน้านี้ อาบัด เปลี่ยนงานมาหลายงานจนได้มาอยู่ในหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น ภายในยุคของประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต
"ดูเตอร์เตมีมติให้ข้าราชการที่ได้รับแต่งตั้งลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของเขาที่จะล้มล้างการคอร์รัปชั่น หัวหน้าของผมจึงถูกปลดเช่นกัน ดังนั้นผมจึงต้อง ลาออกไปทำงานบริษัทเอกชน ตอนนี้ผมได้ค่าจ้าง 4.5 หมื่นเปโซ/เดือน (ราว 2.8 หมื่นบาท) ซึ่งน้อยกว่าเงินเดือนสมัยทำงานราชการครึ่งหนึ่ง" อาบัด กล่าว
อย่างไรก็ดี แม้รายได้จะหายไปถึงครึ่งเพราะดูเตอร์เต เขากลับเป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนประธานาธิบดีคนนี้
"การทำงานในหน่วยงานราชการมาก่อน ทำให้ผมรู้ว่าดูเตอร์เตลดการคอร์รัปชั่นได้จริง โดยมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้อง" อาบัด กล่าว นอกจากนี้เขายังเห็นการพัฒนาทางด้านความเป็นอยู่ต่างๆ ของประชาชนอีกด้วย เช่น สภาพท้องถนนที่ดีขึ้น การประกันสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และความปลอดภัย
เมื่อผมถามความเห็นเกี่ยวกับสงครามยาเสพติดที่รัฐบาลสังหารคนเป็นจำนวนมาก อาบัดแสดงอาการครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างไม่ลังเล
"บางคนกล่าวว่าวิธีการของ ดูเตอร์เตรุนแรงเกินไป แต่มันก็ อาจเป็นวิธีการเดียวที่ทำให้ปัญหา ยาเสพติดบรรเทาลง เพราะรัฐบาลสมัยก่อนหน้านี้ก็ทดลองมาหลายวิธีแต่ไม่ได้ผล พวกเขากลัวจะทำให้คนส่วนใหญ่ ไม่พอใจ" อาบัด กล่าว
ตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา การเมืองฟิลิปปินส์ถูกครอบงำโดยกลุ่มคนไม่กี่ตระกูลที่ผลัดมือกันไป เช่น ออสเมนาส โกอังโก และอากีโน ดังนั้นการปลดแอกของประชาชนในช่วง "การปฏิวัติของประชาชน" เมื่อราว 3 ทศวรรษก่อน จึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในฟิลิปปินส์มากนัก
ด้วยเหตุนี้ ดูเตอร์เตที่แม้จะมีพื้นหลังมาจากกลุ่มคนที่มีอำนาจ จึงเปรียบเสมือนการเปลี่ยนแปลงของฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะกลุ่มคนอย่างอาบัดและครอบครัว ที่ถึงแม้ว่าดูเตอร์เตจะได้รับคะแนนความนิยมลดลงและทำสงครามยาเสพติด แต่คนเหล่านี้ยังสนับสนุน ดูเตอร์เต เพราะเชื่อว่าจะนำไปสู่อนาคตที่ดีของประเทศได้
"ผมไม่สามารถตัดสินได้ว่าการกระทำของดูเตอร์เตถูกหลักศีลธรรมหรือไม่ แต่ผมเห็นผลลัพธ์การกระทำนั้น ดังนั้นตราบใดที่ผมยังเห็นการพัฒนารอบตัวผม ผมก็จะสนับสนุนเขาต่อไป" อาบัด กล่าว







