posttoday
เศรษฐกิจไทยไปโลด

เศรษฐกิจไทยไปโลด

18 ตุลาคม 2560

คลังเตรียมปรับขึ้นประมาณการเศรษฐกิจ หลังปัจจัยทางการเมืองชัดเจน ส่งออก-ท่องเที่ยวโตต่อเนื่อง

คลังเตรียมปรับขึ้นประมาณการเศรษฐกิจ หลังปัจจัยทางการเมืองชัดเจน ส่งออก-ท่องเที่ยวโตต่อเนื่อง

นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในเดือน ต.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะปรับประมาณการเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากเดิม 3.6% คาดว่าจะปรับเพิ่มใกล้เคียงกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดการณ์ล่าสุดเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3.8% และของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.7%

ทั้งนี้ มีปัจจัยบวกสนับสนุนเศรษฐกิจหลายตัว เช่น การเมืองที่มีโรดแมป กำหนดการเลือกตั้งออกมาชัดเจน ทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจ เป็นผลดีกับการขยายตัวเศรษฐกิจ ขณะที่การส่งออกและการท่องเที่ยวขยายตัวได้ดี ราคาพลังงานหรือน้ำมันแม้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ราคาไม่ได้สูงเกินจนกระทบเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.ที่ระดับ 1.5% ก็เป็นระดับที่สนับสนุนการขยายตัว และไทยยังเป็นแหล่งลงทุนที่ให้ ผลตอบแทนสูงของนักลงทุนต่างชาติ

"การทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ต้องอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจให้ได้ 1 แสนล้านบาท ดังนั้นการจะขยายตัวได้ 4% เป็นเรื่องไม่ง่าย แต่ไม่ใช่ว่าจะปิดประตูทำไม่ได้เลย หากมีการออกมาตรการอีกระดับหนึ่ง หรือเร่งลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานให้เร็วขึ้น ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ 4%" นายสุวิชญ กล่าว

นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก็ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกปีนี้อยู่ที่ 3.6% จาก ปีก่อน 3.2% คาดว่าปี 2561 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ 3.7% ขณะที่ในส่วนของไทยนั้น ไอเอ็มเอฟได้ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3.7% จากเดิมที่ 3.2% และในปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.5% จากเดิม 3.3%

อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกและ ไอเอ็มเอฟได้เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศสมาชิกเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และกฎระเบียบภายใน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ซึ่ง รมว.คลังของไทยได้ชี้แจงว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัว ดีขึ้นต่อเนื่องจากการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐาน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินผ่านระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์

ด้าน นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐ ศาสตร์ประจำประเทศไทย ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า ประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2560 โต 3.6% และปี 2561 โต 4.3% ได้แรงสนับสนุนจากความเชื่อมั่นทางการเมือง ทำให้ต่างชาติมีความมั่นใจลงทุน การส่งออกเติบโตต่อเนื่องตามการค้าโลก และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐเดินหน้าเต็มตัว

"สังเกตว่าปีไหนมีเลือกตั้งกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศจะมากเป็นพิเศษ เราไม่เห็นกิจกรรมพรรคการเมืองมาหลายปี แต่ถ้าไม่มีเลือกตั้งอาจจะทำให้จีดีพีย่อลงมาบ้าง แต่ยังเกิน 4% อยู่ เราให้กรอบไว้ 4-4.3%" นายทิม กล่าว

สำหรับปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยปี 2561 แม้คาดการณ์จะเติบโต 4.3% ก็ยังต่ำกว่าศักยภาพของประเทศที่ 5% สาเหตุฉุดรั้งคือการลงทุนภาคเอกชนไม่ตอบสนอง สังเกตได้จาก สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ยังไม่กลับมา การลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนหยุดนิ่งไม่ต่ำมากว่า 20 ปี จึงเป็นความเสี่ยงด้านลบ ทำให้ไทยไม่โตถึงระดับศักยภาพ

นายดิฟยา ดาเวช นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนประจำทวีปเอเชีย ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า ปีนี้เงินบาทแข็งค่าที่สุดในเอเชีย 8% แซงหน้าเกาหลีใต้และไต้หวัน แม้บางเดือนเห็นดุลการค้าติดลบ แต่มีแรงสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่ดี ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีหน้า โดยสิ้นปีนี้คาดเงินบาทปิด 32.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และสิ้นปีหน้าอยู่ที่ 31 บาท/ดอลลาร์

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก