posttoday
องค์กรนวัตกรรมยั่งยืนด้วยหลักพอเพียง

องค์กรนวัตกรรมยั่งยืนด้วยหลักพอเพียง

11 ตุลาคม 2560

ชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่ SCGจากเมื่อตอนที่แล้วได้ฝากคำถามทิ้งท้ายเกี่ยวกับแนวทางการสร้างองค์กรนวัตกรรมของ SCG ว่าทำให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างไร ในตอนนี้ถึงเวลามาหาคำตอบแบบเจาะลึกถึงการพัฒนานวัตกรรมบนพื้นฐานหลักคิดและทำตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่ SCG

จากเมื่อตอนที่แล้วได้ฝากคำถามทิ้งท้ายเกี่ยวกับแนวทางการสร้างองค์กรนวัตกรรมของ SCG ว่าทำให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างไร ในตอนนี้ถึงเวลามาหาคำตอบแบบเจาะลึกถึงการพัฒนานวัตกรรมบนพื้นฐานหลักคิดและทำตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

"SCG ทุ่มเททั้งทุนทรัพย์และทุนบุคลากรเพื่อสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม เนื่องจากเล็งเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกธุรกิจ การตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้น หนักหน่วงขึ้น ทำให้ต้องเรียนรู้และพัฒนา โดยขยายขอบเขตความรอบรู้ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และเท่าทันแนวโน้มตลาดโลก เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน"

แล้วการพัฒนานวัตกรรมของ SCG ตอบโจทย์ความพอเพียงอย่างไร? คำตอบที่ชัดเจนเห็นได้จากกระบวนการคิดที่ยึดหลักพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน โดยทุกโครงการวิจัยของ SCG จะมีขั้นตอนการประเมินความเป็นไปได้ (Feasibility) เริ่มตั้งแต่ด้านการตลาด (Market Feasibility) เพื่อประเมินว่านวัตกรรมที่ทำนั้นตอบโจทย์ปัญหาระดับโลกหรือไม่ และต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจเพื่อความเป็นผู้นำได้ ไม่ใช่เฉพาะตลาดในเมืองไทย แต่คาดหวังให้เป็นบริษัทชั้นนำในอาเซียนและตลาดโลกด้วย

จากนั้นจึงประเมินความสามารถด้านเทคโนโลยี (Technology Feasibility) หากองค์กรมีความพร้อมทั้งความรู้ เทคโนโลยี และเข้าใจตลาด ก็สามารถทำโครงการพัฒนานวัตกรรมได้เอง แต่ถ้าประเมินแล้วพบว่าไม่มีความถนัดในธุรกิจนั้นๆ ทาง SCG จะใช้กลยุทธ์สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ที่มีความรู้ความสามารถทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำศักยภาพขององค์กรเหล่านั้นมาร่วมกันพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ และอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ การประเมินความสามารถในการทำกำไร (Financial Feasibility) โดยศึกษาแนวโน้มการเติบโตของตลาด โอกาสการขาย โอกาสการทำกำไร และโอกาสในการเป็นผู้นำตลาด

การคิดค้นนวัตกรรมเม็ดพลาสติกสำหรับวงการแพทย์ (Medical Plastics) เพื่อนำไปผลิตเป็นอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เข็มฉีดยา ขวดน้ำเกลือ ถุงเลือด สายลำเลียงของเหลว หรือแม้แต่เครื่องมือผ่าตัดโรคพังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จในการทำงานเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของตลาด และช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เมื่ออุปกรณ์การแพทย์เปลี่ยนวัสดุมาเป็นพลาสติก น้ำหนักจึงเบาลง ขนส่งต่อครั้งได้มากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยที่อยู่ไกลสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้บุคลากรทางการแพทย์สะดวกและปลอดภัยในการทำงานมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากการคิดค้นนวัตกรรมที่สนองตอบลูกค้าอย่างเต็มที่แล้ว SCG ยังมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรนวัตกรรมที่คำนึงถึงการสร้างสมดุลระหว่างคนในสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้อยู่ร่วมกันได้ โดยพัฒนานวัตกรรมสินค้าที่คำนึงถึงผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศ ด้วยการศึกษาวิถีชีวิต รูปแบบการใช้งาน ความสามารถที่จะจ่ายเงินซื้อสินค้านั้นๆ รวมถึงศึกษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาสู่กระบวนการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการ ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ก้าวต่อไปในการพัฒนานวัตกรรมของ SCG คือ การมองเทรนด์การตลาดในอนาคตที่กว้างไกล ซึ่งครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจสินค้าเพื่อสุขภาพและสุขภาวะที่ดี (Health and Well-being) ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Clean Technology) และธุรกิจเทคโนโลยี (Sensor และ Internet of Things : IoT) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นนวัตกรรมที่จะตอบโจทย์โลกในอนาคต อันจะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนขององค์กรต่อไป

สำหรับในครั้งหน้า เราจะมาถอดรหัสความสำเร็จของนโยบายภูมิคุ้มกันในการลงทุนต่างประเทศ ที่ SCG นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เป็นแนวทาง

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน