
สุพิชา พงศ์ศีลธน ดำเนินชีวิตตามคำสอน ‘พ่อ’
เรื่อง ภาดนุผู้บริหารหญิงมากความสามารถ สุพิชา พงศ์ศีลธน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารธุรกิจ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มบริษัทในเครือเอ็นริช ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ เอ็นริช พาร์ค (Enrich Park) ปิ่นเกล้า ธารา (Tara) ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า และเดอะ มาร์ก (The Marq) ปิ่นเกล้า พูดถึงการดำเนินชีวิตตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9
เรื่อง ภาดนุ
ผู้บริหารหญิงมากความสามารถ สุพิชา พงศ์ศีลธน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารธุรกิจ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มบริษัทในเครือเอ็นริช ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ เอ็นริช พาร์ค (Enrich Park) ปิ่นเกล้า ธารา (Tara) ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า และเดอะ มาร์ก (The Marq) ปิ่นเกล้า พูดถึงการดำเนินชีวิตตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9
แม้เธอจะเรียนจบปริญญาตรีทางด้าน Information Systems จาก The University of Melbourne ประเทศออสเตรเลีย แต่ด้วยความตั้งใจที่จะพลิกฟื้นธุรกิจอสังหาฯ ของครอบครัว จึงเข้ามาช่วยบริหารงานในเครือบริษัทอย่างเต็มที่
"ตั้งแต่เข้ามาช่วยบริหาร ดิฉันก็มุ่งมั่นที่จะเรียนรู้งานอย่างจริงจัง พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพในการบริหารโครงการอสังหาฯ สร้างความน่าเชื่อถือ และรับฟังคำแนะนำ ติชมต่างๆ ของผู้ซื้อ นำมาปรับปรุง และไม่หยุดยั้งในการนำนวัตกรรม รวมทั้งแนวคิดในการสร้างบ้านที่สามารถปรับประโยชน์ใช้สอยได้อย่างหลากหลายมาผสานในทุกๆ โครงการ
จากประสบการณ์การทำงานตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ช่วยหล่อหลอมให้บริษัทเราแข็งแกร่งขึ้นในแวดวงธุรกิจอสังหาฯ ไทย ที่นับวันจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น สิ่งที่ทำให้เราผ่านพ้นมาได้ก็คือ การต่อสู้ด้วยใจและมุมมองในการจัดการปัญหาอย่างมีระบบ รวมทั้งทีมงานที่มีความสามารถคอยเป็นกำลังสนับสนุนที่ดี และสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติในการทำงานเสมอมาก็คือ 'ความเพียร' เพราะถ้าเรามีความเพียรแล้ว อุปสรรคใดๆ ที่ผ่านเข้ามา เราก็จะสามารถก้าวผ่านมันไปได้"
สุพิชาบอกว่า ที่ผ่านมาเธอได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตเสมอมา ทั้งเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว
"คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ดิฉันจำขึ้นใจ และนำมาใช้กับการทำงานก็คือ ในสังคมเรานั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ถ้าเราเป็นผู้นำ หน้าที่ของเราก็คือการเลือกคนดีขึ้นมาเป็นหัวหน้า และให้อำนาจเขาในการบริหารจัดการเรื่องงานให้เต็มที่ แล้วสิ่งที่ได้จะเป็นผลดีต่อองค์กรเป็นอย่างมาก
อีกคำสอนหนึ่งที่จำได้ก็คือ เหล็กที่ไม่ได้ถูกตีหรือเผาไฟให้ร้อนนั้น จะไม่สามารถกลายเป็นดาบที่มีค่าได้ เช่นเดียวกับคนเรา ถ้าไม่เคยพบเจออุปสรรคหรือความทุกข์เสียเลย ก็ย่อมไม่สามารถฝ่าฟันไปสู่ความสำเร็จหรือกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ได้
สำหรับคำสอนของพระองค์ท่าน ที่ดิฉันน้อมนำมาใช้กับตัวเองก็คือ ความประหยัดและมัธยัสถ์ เพราะทุกคนคงเคยได้ยินว่า พระองค์ท่านทรงใช้สิ่งของทุกอย่างแบบมัธยัสถ์ ไม่ฟุ่มเฟือย เช่น ใช้ดินสอจนเกือบหมดแท่ง ใช้ยาสีฟันจนเกลี้ยงหลอด ดังนั้นดิฉันจึงยึดตามแนวทางของพระองค์ท่านที่ว่า เวลาใช้ของสิ่งใดก็ต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด อย่างโทรศัพท์มือถือนี่ ถ้ายังใช้ได้อยู่ก็จะไม่มีการเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้สิ้นเปลือง เรียกว่ารู้คุณค่าของการใช้สิ่งของโดยมีพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างค่ะ" n







