posttoday
มองดราม่าการเมือง ทะลุไปถึงผลประโยชน์ที่แท้จริง

มองดราม่าการเมือง ทะลุไปถึงผลประโยชน์ที่แท้จริง

16 ตุลาคม 2560

วันที่ 12 ต.ค. เป็นวันชาติแห่งราชอาณาจักรสเปน ซึ่งในปี 2017 จะมีการรณรงค์จัดเดินขบวนขนาดใหญ่เพื่อแสดงความเป็นเอกภาพของชาวสเปน ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ว่าต้องการส่งสาสน์ไปยังขบวนการประกาศอิสรภาพแคว้นกาตาลุญญาที่มีกระแสเรียกร้องการทำประชามติเพื่อประกาศอิสรภาพแยกดินแดนออกมาตั้งรัฐใหม่ โดยขบวนการของคาตาลันนั้นได้ถือเอาวันที่ 11 ก.ย. เป็นหมุดหมายสำคัญของ "ชาติกาตาลัน" และมีกิจกรรมการเมืองวัฒนธรรมต่อเนื่องและจริงจังมากขึ้นในปีที่ผ่านๆ มา

วันที่ 12 ต.ค. เป็นวันชาติแห่งราชอาณาจักรสเปน ซึ่งในปี 2017 จะมีการรณรงค์จัดเดินขบวนขนาดใหญ่เพื่อแสดงความเป็นเอกภาพของชาวสเปน ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ว่าต้องการส่งสาสน์ไปยังขบวนการประกาศอิสรภาพแคว้นกาตาลุญญาที่มีกระแสเรียกร้องการทำประชามติเพื่อประกาศอิสรภาพแยกดินแดนออกมาตั้งรัฐใหม่ โดยขบวนการของคาตาลันนั้นได้ถือเอาวันที่ 11 ก.ย. เป็นหมุดหมายสำคัญของ "ชาติกาตาลัน" และมีกิจกรรมการเมืองวัฒนธรรมต่อเนื่องและจริงจังมากขึ้นในปีที่ผ่านๆ มา

โดยเฉพาะปี 2014 และ 2017 นี้ที่ได้มีกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นการทำประชามติแสดงออกถึงความต้องการของคนในพื้นที่แคว้นกาตาลุญญาว่าต้องการอะไร แม้จะไม่ใช่การลงคะแนนที่มีผลผูกมัดตามรัฐธรรมนูญสเปนแต่อย่างใด แต่ความร้อนแรงของดราม่าทางการเมืองโดยเฉพาะภาพข่าวการสลายชุมนุมด้วยตำรวจปราบจลาจลสเปนในเมืองบาร์เซโลนาดึงดูดสายตาชาวโลกได้ดียิ่ง

การลงคะแนนในปี 2017 ที่มีการขัดขวางโดยเจ้าหน้าที่สเปน หรือครั้งปี 2014 ที่สามารถจัดไปได้ตามประสงค์ของรัฐบาลท้องถิ่นกาตาลุญญา ผลคะแนนดิบที่สนับสนุนการประกาศอิสรภาพยังไม่เคยเกินครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงในแคว้นกาตาลุญญาทั้งหมด

คนที่ไม่มาลงคะแนนก็ยังเกินครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นการตีขลุมว่าคนกาตาลันทั้งหมด (เกิดเติบโตในแคว้นและมีพ่อแม่เป็นคนกาตาลัน) เลือกลงคะแนนสนับสนุนประกาศอิสรภาพยังเป็นการเข้าใจผิดพลาด มีการพูดถึงขั้นว่า "คนพูดกาตาลันได้ไม่น้อยที่ไม่ต้องการแยกออกไปจากสเปน แต่คนที่พูดกาตาลันไม่ได้สักคำกลับเป็นคนที่เลือกออกจากสเปน"

การใช้เรื่องประวัติศาสตร์ชาตินิยมกาตาลัน รึผู้ถูกรังแก จึงอาจไม่สามารถนำมาวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองได้อย่างครบถ้วน เพราะยังมีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจสังคมที่ทำให้สัดส่วนประชากรผู้มีสิทธิลงคะแนนเปลี่ยนไปจากเมื่อเริ่มมีรัฐธรรมนูญ 1978 นั่นคือ อัตราการอพยพเข้ามาทำงานในแคว้นกาตาลุญญาของคนสเปนจากแคว้นอื่นๆ ซึ่งมีการประมาณการว่าช่วง 1960-70s มีผู้อพยพเข้ามาทำงานพร้อมหอบหิ้วสมาชิกครอบครัวมาด้วยนับล้านคน

ผู้อพยพส่วนใหญ่เข้ามาขายแรงงานในภาคการผลิต พาณิชย์ และบริการต่างๆ ที่ขยายตัว และแคว้นกาตาลุญญาที่มีศักยภาพในการแข่งขันตามระบบตลาดเสรี ย่อมสามารถดึงดูดแรงงานเหล่านี้เข้ามาในแคว้นได้ การผลิตในแคว้นกาตาลุญญาจึงเหมือนมหานครอื่นทั่วโลกที่ยืนอยู่บนการผลิตของชนชั้นแรงงานจากหลายรากเหง้า แรงงานอพยพย่อมมีสำนึกเชื่อมโยงกับความเป็นสเปนซึ่งมีแก่นอยู่ที่ภาษาสเปน แม้ต่อมาจะปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมเมืองกาตาลุญญา รายได้ที่เกิดจึงมาจากแรงงานของคนทุกภูมิภาคที่ย้ายมาทำงาน

คนรุ่นใหม่ที่เบื่อหน่ายกับการแข่งขันไม่สิ้นสุด และเสี่ยงจะตกเป็นแรงงานค่าจ้างต่ำ ความเสี่ยงสูง เริ่มผันตัวเป็นศิลปิน/ผู้ประกอบการอิสระ นิยมการมีพื้นที่เล็กให้โชว์ทักษะฝีมือในการปรุง แต่ง ชง สร้างสรรค์ผลงานแต่ต้องเผชิญค่าเช่าและภาษีที่สูงขึ้นๆ เรื่อยๆ เพราะต้องจ่ายสองต่อให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น และรัฐบาลชาติ ที่ไม่อาจแน่ใจว่าเอาเงินมาใช้อย่างเป็นประโยชน์กับพวกเขา

การเรียกร้องความอิสระในการมีพื้นที่ทำงานเล็กๆ แต่ค่าเช่าถูก หลักประกันชีวิตที่ไม่ผูกติดกับนายจ้างสถานประกอบการ สวัสดิการจากรัฐที่มาจากการเลือกของตน เป็นเสียงให้คนรุ่นใหม่ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองจึงเป็นเรื่องที่คนตื่นตัวสนใจกันมาก

คนรุ่นใหม่ที่แสวงหารายได้จากงานอิสระต้องเผชิญกับค่าเช่าสูง ความเสี่ยงสูง รวมไปถึงความผิดหวังที่เงินภาษีของตนถูกโกงไปโดยนักการเมือง หรือนำไปหล่อเลี้ยงชีวิตและธุรกิจลับของชนชั้นนำ จึงเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลที่ปะทุเมื่อครั้งการชุมนุม (Occupy) ต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาลสเปนทั่วประเทศรวมถึงกาตาลุญญาในปี 2011 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

เครือข่ายชนชั้นนำกาตาลันได้เสนอทางเลือกใหม่ในการจัดการชีวิตของแคว้นตน ด้วยการแสวงหาแนวทางแยกออกตัวออกไป "สร้างรัฐใหม่" ที่สามารถออกแบบได้เองตั้งแต่ต้น และชูธงการรณรงค์ว่าจะสร้างประสิทธิภาพในการบริหารกิจการสาธารณะ รายได้ที่หามาจะกลายเป็นภาษีที่นำมาจัดบริการสาธารณะและสวัสดิการของคนในแคว้น และไม่แก้ปัญหาจากระบบทุนนิยมด้วยการรัดเข็มขัดที่ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับประชาชนในวงกว้าง

นักปกป้องระบบทุนนิยมก็สามารถซ่อนแก่นปัญหาที่แท้ในแง่การผูกขาดถือครองปัจจัยการผลิตของสารพัดนายทุนน้อยใหญ่ การต่อสู้ทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาของทุนนิยมที่แสวงหาค่าเช่าสูง สร้างความเสี่ยงมหาศาล และยึดพื้นที่ชีวิตและการผลิตของผู้คนรุ่นใหม่ จึงโดนสลายกลายเป็นประเด็นการเมืองวัฒนธรรมเรื่องชาตินิยมแทน

ความเป็นไปได้ทั้งในแง่การรอมชอมทางการเมืองและผลทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือ การต่อรองเพื่อเพิ่มอำนาจปกครองตนเองให้กับแคว้นกาตาลุญญา ในลักษณะของการยกระดับเป็นเขตปกครองพิเศษทางภาษีและงบประมาณ ดุจดังปรากฏอยู่แล้วในการปกครองตนเองของแคว้นบาสก์ ที่มีอิสรภาพในการจัดเก็บภาษีเพื่อจัดทำงบประมาณของตนเองมากขึ้น สามารถกำหนดการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อจัดทำบริการสาธารณะและจัดสรรงบประมาณที่แตกต่างจากแคว้นอื่น เพราะคนกาตาลันบ่นเสมอว่า "เราผลิตได้ 20% ของทั้งประเทศ แต่ได้คืนกลับมาไม่ถึงครึ่ง"

ทางออกก็อยู่ที่สติของผู้เล่นและ ผู้ชมดราม่าทางการเมืองชุดนี้นี่เอง n

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก