
สั่งเอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้เหยื่อม็อบแดงเพิ่ม5พันล้าน
ครม. สั่ง ธพว. ปล่อยกู้ช่วยเหยื่อม๊อบแดงอีก 5,000 ล้านบาท พร้อมช่วยผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ค่าสินไหม หรืออยู่ระหว่างฟ้องร้องบริษัทประกันอีกไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย
ครม. สั่ง ธพว. ปล่อยกู้ช่วยเหยื่อม๊อบแดงอีก 5,000 ล้านบาท พร้อมช่วยผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้ค่าสินไหม หรืออยู่ระหว่างฟ้องร้องบริษัทประกันอีกไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังขอเสนอมาตรการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง หลังจากที่มีมติก่อนหน้านี้ให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ ( ธพว. ) ตั้งวงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีย่านราชประสงค์ ซึ่งเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 53 ธพว.ได้อนุมัติสินเชื่อตามมาตรการดังกล่าวแล้ว จำนวน 5,000 ล้านบาท และยังเหลือวงเงินอีก 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ที่ประชุม ครม. อนุมัติวงเงินสินเชื่อที่เหลืออีก 5,000 ล้านบาท ให้แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อจำนวน 3,000 ล้านบาท ให้กู้แบบไม่มีหลักประกันได้ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท และกรณีการกู้แบบมีหลักประกันไม่เกินรายละ 3 ล้านบาท รวมทั้งให้ตั้งวงเงินอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมที่ยังไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย โดยผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อที่อยู่ระหว่างการดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทประกันภัยต่อศาล สามารถขอสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 60% หรือประมาณ 5 ล้านบาทต่อราย ของมูลค่าความเสียหายที่ประเมินโดยบริษัทประกันภัยหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้
นอกจากนี้ยังได้กำหนดระยะเวลาในการกู้ไม่เกิน 6 ปี และระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น 2 ปี โดยกรณีการขอสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักประกัน จะต้องดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 7 วัน ขณะที่ผู้ประกอบการที่ขอสินเชื่อแบบมีหลักประกัน ธพว. จะต้องเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เนื่องจากกรณีการกู้แบบมีหลักประกันอาจต้องมีการประเมินราคาหลักประกันและต้องมีการสำรวจกิจการของผู้ขอกู้และผู้ค้ำประกัน จึงอาจไม่สามารถดำเนินการปล่อยกู้ได้ภายใน 7 วันตามกรณีของการกู้สำหรับผู้ประกอบการแบบไม่มีหลักประกัน
"การปล่อยกู้ครั้งนี้ยังให้ขยายจาก 7 เขตที่ได้รับผลกระทบออกไปยังเขตพระนคร เขตดุสิต และพื้นที่ที่อยู่ในเขตจำกัดเช่น ราบ 11 ด้วย" นายวัชระกล่าว
นายวัชระ กล่าวอีกว่า แนวทางในการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวได้มีการขยายกลุ่มเป้าหมายจากประกาศเดิมที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเขตชุมนุม โดยได้ขยายเพิ่มอีก 7 เขต ซึ่งรวมถึงพื้นที่เขตดุสิตและพระนครที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และพื้นที่ที่อยู่ในเขตจำกัดการเข้าออก เช่น กรมทหารราบ ที่ 11







