สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) กับบทบาทสำคัญใน "คลัสเตอร์หุ่นยนต์" และสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์
สถาบันไทย-เยอรมัน ก่อตั้งโดยความร่วมมือของรัฐบาลไทย และรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมัน เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย
สถาบันไทย-เยอรมัน ก่อตั้งโดยความร่วมมือของรัฐบาลไทย และรัฐบาลสหพันธรัฐเยอรมัน เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อรัฐบาลได้ประกาศเดินหน้านโยบาย "ประเทศไทย 4.0" สถาบันไทย-เยอรมัน จึงได้มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยการยกระดับเทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลากร ด้านระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ รวมทั้งเครื่องจักรกลและแม่พิมพ์ เพื่อการแข่งขันในยุคอุตสาหกรรม 4.0
นายสมหวัง บุญรักษ์เจริญ ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) กล่าวถึง บทบาทของ TGI ที่มีต่ออุตสาหกรรมการผลิต ว่า ในช่วงเริ่มก่อตั้งสถาบันไทย-เยอรมัน สถาบันฯ ได้เข้ามามีบทบาทในการให้บริการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมการผลิตของไทยด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ทั้งนี้ได้ทำการศึกษาถึงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยในช่วงเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา และพบว่าภาคอุตสาหกรรมของไทยขาดแคลนบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน CNC CAD CAM แม่พิมพ์ และ Automation การดำเนินการในระยะแรกจึงเน้นไปที่การแก้ปัญหาดังกล่าว รูปแบบของการให้บริการจะเป็นในรูปของการฝึกอบรม ให้คำปรึกษา การทำโครงการ ให้ภาคอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่ออกแบบ ผลิต ติดตั้ง บำรุงรักษา ตรวจสอบคุณภาพ และต่อมา TGI ก็ได้ให้ความสำคัญกับเครื่องจักรกลเพิ่มขึ้น
"ต่อมาเมื่อต่างชาติย้ายฐานการผลิตมาลงในประเทศไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ TGI เข้ามาดูแลอุตสาหกรรมที่ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล่านี้อีกทีหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแม่พิมพ์ เครื่องจักรกล ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ นอกจากจะเป็นอุตสาหกรรมในแนวนอนสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่นๆ แล้ว หุ่นยนต์ยังเป็นอุตสาหกรรมในแนวตั้งด้วย ซึ่งต่อไปก็จะมี Product ที่เป็นหุ่นยนต์ที่หลากหลาย เป็น 1 ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย"
ผู้อำนวยการ TGI กล่าวต่อไปว่า นโยบายประเทศไทย 4.0 โดยกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ในกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New s-curve) เป็นส่วนที่ TGI ต้องเข้ามารับผิดชอบโดยตรงในเรื่องของคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เป็นการต่อยอดในเรื่องของระบบอัตโนมัติที่ TGI ทำอยู่แล้ว ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation อยู่ในอุตสาหกรรม 3.0 ส่วนหุ่นยนต์ หรือ Robot ก็เป็นส่วนหนึ่งของ Automation ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะประเทศไทยเผชิญกับการขาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมมาแล้วนับ 10 ปี ซึ่งเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าแรงงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิตก็จะยังคงไม่เพียงพอ ทำให้ไม่เกิดผลิตภาพ จึงต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งหมายถึง Automation และ Robot แต่ต้องไม่เข้าใจผิดว่าแรงงานเดิมจะไม่มีงานทำ เพราะจากการสำรวจในยุโรปพบว่า ยิ่งนำ Automation เข้ามาใช้ยิ่งต้องใช้แรงงานมากขึ้น เพราะกระบวนการผลิตจะทำได้รวดเร็วขึ้น Product ก็จะมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง การซื้อก็จะมากขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น แต่แรงงานที่จะเข้ามาทำงานในระบบนี้จะต้องมีการปรับทักษะ ฝีมือ ให้เข้ากับ Automation ให้ได้ ซึ่ง TGI ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรมในการให้การสนับสนุนระบบ Automation และ Robot ให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมายดังกล่าวด้วย
นายสมหวัง ยังได้กล่าวถึงการก้าวไปสู่อุตสาหรรม 4.0 สำหรับประเทศไทย ว่า จากการสำรวจของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งให้สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ทำงานกับหน่วยงานจากประเทศเยอรมันพบว่า อุตสาหกรรมของประเทศไทยอยู่เกินกว่า 2.0 โรงงานขนาดใหญ่หลายแห่งเป็นมากกว่าอุตสาหรรม 3.0 การจะไปถึง 4.0 ภายในเมื่อไหร่ไม่สามารถตอบได้ เพราะการก้าวไปแต่ละขั้นต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าก้าวขึ้นไปแล้วได้อะไร ภาครัฐจะเป็นฝ่ายกระตุ้นให้เกิด 4.0 ด้วยนโยบายต่างๆ แต่การจะก้าวไปได้มากน้อยคแค่ไหน รวดเร็วเพียงใดก็ต้องขึ้นอยู่กับภาคเอกชนเป็นสำคัญ
"แต่อาจกล่าวได้ว่าสำหรับภาคอุตสาหกรรมจากนี้ไปอีก 5 ปี ถ้าผู้ประกอบการไม่มีการปรับปรุงทั้งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ก็คงเป็นเรื่องยากที่อยู่ต่อไปได้ ภาคอุตสาหกรรมต้องตระหนักว่า 4.0 ยังไงก็ต้องมาแน่ ผู้ประกอบการต้องรับรู้ต้องเรียนรู้ว่า 4.0 เป็นมาอย่างไร นโยบายภาครัฐเป็นอย่างไร ความช่วยเหลือของภาครัฐที่มีต่ออุตสาหกรรมโดยเฉพาะ SMEs มีอะไรบ้าง ซึ่ง TGI ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการจัดหลักสูตรการอบรม สัมมนา และพร้อมที่จะเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้แก่ผู้ประกอบการเป็นในทุกๆ ขั้นตอนที่จะก้าวไปสู่ 4.0 แบบเป็นขั้นเป็นตอน ปัจจุบัน หุ่นยนต์ และ 3D Printing อยู่ใน 3.0 แล้ว ถ้าจะเป็น 4.0 ตัวหลักๆ เลยก็คือ internet of Thing (IoT) ต้องเอามาใช้ เรื่องของ Big Data ต้องศึกษาและนำมาใช้ ถ้าเอา IoT และ Big Data มาเชื่อมโยงกับ 3.0 เดิม ก็จะทำให้เกิด Connectivity เป็นระบบ CPS (Cyber Physical System) ของ 4.0 ได้" ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน กล่าวในตอนท้าย







