posttoday
จีนรุกสายพันธุ์ข้าวทนน้ำเค็ม

จีนรุกสายพันธุ์ข้าวทนน้ำเค็ม

15 ตุลาคม 2560

นันทิยา วรเพชรายุทธสายพันธุ์ "ข้าวทนน้ำเค็ม" อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในแวดวงเกษตรกรรม เรื่องนี้มีการพูดคุยและวิจัยทดลองกันมานานแล้ว ทั้งเพื่อรับมือกับความมั่นคงทางอาหาร และรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกที่ทำให้หลายประเทศเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูง จนกระทบต่อการเพาะปลูกไปด้วย

นันทิยา วรเพชรายุทธ

สายพันธุ์ "ข้าวทนน้ำเค็ม" อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในแวดวงเกษตรกรรม เรื่องนี้มีการพูดคุยและวิจัยทดลองกันมานานแล้ว ทั้งเพื่อรับมือกับความมั่นคงทางอาหาร และรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกที่ทำให้หลายประเทศเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูง จนกระทบต่อการเพาะปลูกไปด้วย

ที่ประเทศจีนเองนั้นก็ประกาศความสำเร็จของการวิจัยพันธุ์ข้าวทน น้ำเค็มออกมาเมื่อปีที่แล้ว โดยฝีมือของนักวิทยาศาสตร์การเกษตร "หยวนหลงปิง" ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งข้าวไฮบริดในจีน และมีการทดลองปลูกข้าวชนิดนี้ในแปลงน้ำทะเล ในพื้นที่ที่ไม่เคยทำการเพาะปลูกมาก่อน ที่เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ทางภาคตะวันออกของจีน

สำหรับการทดลองปลูกของรอบปี การผลิตปีนี้ เป็นการปลูกในปริมาณที่มากกว่าครั้งก่อนๆ ถึง 2 เท่า เพื่อทดสอบดูผลการปลูกเชิงพาณิชย์ในปริมาณมาก ซึ่งผลที่ออกมาถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยรายงานข่าวของเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ระบุว่า ในการเก็บเกี่ยวเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ผลผลิตเป็นอย่างดี ที่ 4.5 ตัน/เฮกตาร์

การทดลองดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงส่วนของต้นน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกระบวนการปลายน้ำ โดยบริษัท หยวน เค่อ ไบโอโลจิคัล เทคโนโลยี ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพในชิงเต่า ได้ร่วมมือกับทีมวิจัยตั้งร้านค้าจำหน่ายขึ้นใน ชื่อแบรนด์ว่า "หยวนมี่" เพื่อให้เกียรติแก่ผู้พัฒนาสายพันธุ์ โดยขายในราคากิโลกรัมละ 50 หยวน (ราว 250 บาท) หรือแพงกว่าข้าวขาวปกติราว 8 เท่า

เบื้องต้นรายงานระบุว่ามียอด สั่งซื้อเข้ามาแล้วถึงเกือบ 1,000 รายเมื่อเดือนที่แล้ว และจำหน่ายข้าวจากการเก็บเกี่ยวงวดก่อนไปได้แล้วราว 6 ตัน ขณะที่บริษัทตั้งเป้าจะจำหน่ายข้าวทนน้ำเค็มให้ได้ 100 ล้านหยวน (ราว 50 ล้านบาท) ภายในสิ้นปีนี้

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ข้าวชนิดนี้ได้รับเสียงตอบรับดีแม้จะยังมีราคาแพงก็คือ ทางบริษัทอ้างว่านอกจากจะมีรสชาติ ที่ดีแล้ว ก็ยังมีคุณภาพดีและใช้สารเคมีน้อยมาก เนื่องจากน้ำทะเลมีฤทธิ์ช่วยลดโรคติดต่อหรือเชื้อแบคทีเรียบางชนิดลงได้

เรียกได้ว่าเป็นการทดลองทาง การเกษตรครั้งสำคัญของจีน ซึ่งเขามีเป้าหมายหลักที่การพัฒนาพันธุ์ข้าวให้สามารถเพาะปลูกได้ในที่รกร้างว่างเปล่า ที่โดยปกติแล้วจะไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้

ปัจจุบันจีนมีที่แบบนี้อยู่ถึง 1 ล้านตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับประเทศเอธิโอเปียทั้งประเทศเลยทีเดียว ทีมวิจัยจึงตั้งเป้าว่าหากสามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวได้สัก 1 ใน 10 ก็จะสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวออกมาได้ถึงเกือบ 20% หรือราว 50 ล้านตัน เพื่อเลี้ยงประชากร ได้อีก 200 ล้านคน

หากประสบความสำเร็จใน เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จีนอาจกลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในตลาดข้าวโลกที่ น่ากลัว ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมนำการเกษตรอย่างทุกวันนี้ n

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน