posttoday
เทคโนโลยีสเต็มเซลล์

เทคโนโลยีสเต็มเซลล์

15 ตุลาคม 2560

สเต็มเซลล์คือเซลล์ที่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้อย่างไม่จำกัด

โดย ผศ.ดร.นพ.นิพัญจน์ อิศรเสนา ณ อยุธยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สเต็มเซลล์คือเซลล์ที่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้อย่างไม่จำกัด สเต็มเซลล์มีหลายชนิดและกลายเป็นเซลล์ร่างกายชนิดต่างๆ ได้แตกต่างกัน

ในช่วงที่เป็นทารกอยู่ในครรภ์สเต็มเซลล์ทำหน้าที่แบ่งตัวสร้างอวัยวะต่างๆ เช่น สเต็มเซลล์ระบบประสาทสร้างสมอง สเต็มเซลล์แต่ละชนิดทำหน้าที่จำเพาะแทนกันไม่ได้ หลังจากคลอดแล้วสเต็มเซลล์บางชนิดหายไป บางชนิดยังคงอยู่และทำหน้าที่สร้างเซลล์ทดแทนที่เสียไปในแต่ละวัน

เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์ผิวหนัง รวมทั้งเป็นแหล่งสร้างเซลล์เพื่อซ่อมแซมเวลาเกิดโรคหรือการบาดเจ็บที่ทำลายเซลล์ในแต่ละอวัยวะ อวัยวะที่สเต็มเซลล์หมดไปแล้วหรือมีน้อยเมื่อเกิดโรคมักซ่อมแซมได้ไม่ดีเกิดเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคสมอง โรคไต

ในทางการแพทย์มีการนำสเต็มเซลล์มาใช้อย่างได้ผลมากว่า 50 ปีแล้ว โดยโรคที่เป็นการรักษามาตรฐานใช้กันอย่างแพร่หลายคือการปลูกสเต็มเซลล์ระบบเลือดที่เก็บได้จากไขกระดูกและสายสะดือทารก ใช้ปลูกสร้างระบบเลือดขึ้นมาใหม่ เช่น หลังจากการใช้ยารักษาโรคมะเร็งขนาดสูงที่ทำลายไขกระดูก เช่น ลูคีเมีย ใช้รักษาผู้ป่วยโรคพันธุกรรมระบบเลือด เช่น ธาลัสซีเมีย ภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ เป็นต้น

ในช่วง 15 ปีมานี้มีความก้าวหน้าวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านสเต็มเซลล์อย่างมาก สามารถแยกสเต็มเซลล์ระบบอื่นๆ นอกจากระบบเลือดเพิ่มขึ้น เช่น สเต็มเซลล์สมอง สเต็มเซลล์กระจกตา สเต็มเซลล์เยื่อบุลำไส้ นำสู่โอกาสในการนำไปพัฒนาโรคระบบอื่นๆ ซึ่งเริ่มเข้าสู่บริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ในยุโรป การนำสเต็มเซลล์กระจกตามาเพาะเป็นแผ่นเพื่อปลูกถ่าย ได้รับการรับรองในปี 2015 จัดเป็นสเต็มเซลล์ชนิดแรกนอกจากระบบเลือดที่ได้รับการรับรอง

เทคโนโลยีสเต็มเซลล์

เทคโนโลยีขั้นสูงในปัจจุบันยังทำให้สามารถสร้างสเต็มเซลล์ชนิดพิเศษที่สามารถนำไปสร้างเซลล์ร่างกายได้ทุกชนิด ไม่จำกัดอวัยวะจากเซลล์เลือดของผู้ป่วยที่เรียกว่า iPS cells เนื่องจากเป็นเซลล์ผู้ป่วยเองจึงลดปัญหาการไม่เข้ากันของเนื้อเยื่อเมื่อปลูกถ่าย

เมื่อรวมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรม และเทคโนโลยีการสร้างเนื้อเยื่อในหลอดทดลอง ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้อย่างกว้างขวางในอนาคต ซึ่งล่าสุดปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาเซลล์ตัดต่อพันธุกรรมสำหรับรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว (CAR-T cells) ได้รับจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา จัดเป็นผลิตภัณฑ์เซลล์+ยีนบำบัดตัวแรกของอเมริกาที่เข้าสู่ตลาด เนื่องจากให้ผลการรักษาดีเยี่ยม แตกต่างจากการรักษาที่มีอยู่เดิม

มีแนวโน้มชัดเจนว่าการรักษาด้วยเซลล์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทในการรักษามาตรฐานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เทคโนโลยี iPS มีการทดสอบในผู้ป่วยแล้ว เช่น โรคลานประสาทตาเสื่อม และมีโรคสำคัญหลายโรคที่กำลังเตรียมทดสอบในผู้ป่วย เช่น พาห์กินสัน เบาหวาน ตับวาย

อย่างไรก็ดี ประชาชนทั่วไปพึงตระหนักไว้ว่าเทคโนโลยีชั้นสูงที่เป็นความหวังและทั่วโลกทุ่มเทกำลังวิจัยและพัฒนาเหล่านี้จำเป็นจะต้องใช้กระบวนการทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เป็นเวลานานในการเปลี่ยนสเต็มเซลล์เป็นเซลล์ชนิดจำเพาะ ซึ่งอาจเป็นเดือน ไม่ใช่ฉีด
สเต็มเซลล์เข้าไปในร่างกายเฉยๆ แล้วหวังว่าเซลล์จะเข้าไปซ่อมแซมร่างกายเอง ต้องมีการทดสอบคุณสมบัติ คัดเลือกเซลล์ที่เหมาะสม

รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยในสัตว์ทดลองอย่างเพียงพอก่อนนำมาทดสอบในผู้ป่วย ในประเทศไทยแพทยสภาจัดว่าการรักษาด้วยสเต็มเซลล์นอกเหนือจากระบบเลือดยังเป็นงานวิจัย ต้องทำภายใต้การควบคุมดูแลของแพทยสภา และเก็บเงินผู้ป่วยไม่ได้

ในทางตรงข้ามกันมีคลินิกและโรงพยาบาลที่กระจายอยู่ทั่วโลกแม้แต่ในประเทศที่น่าเชื่อถือ เช่น สหรัฐอเมริกา และหลายประเทศในยุโรป ที่นำชื่อสเต็มเซลล์มาหาผลประโยชน์ โดยใช้วิธีการที่ไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีข้อมูลสนับสนุน

หลายแห่งจริงๆ แล้วไม่ได้ใช้สเต็มเซลล์ด้วยซ้ำ โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายในแต่ละประเทศ ซึ่งนอกจากมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และไม่เกิดประโยชน์แล้วยังมีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับผลข้างเคียงมากขึ้นเรื่อยๆ

เช่น ไม่นานมานี้มีผู้ป่วยที่ไมอามี่ สหรัฐอเมริกาได้รับการฉีดเซลล์ที่อ้างว่าเป็นสเต็มเซลล์ไขมันเข้าไปรักษาโรคลานประสาทตาเสื่อมแล้วทำให้ตาบอดไป 3 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ป่วยเกิดเนื้องอก เสียชีวิต และอื่นๆ

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาศักยภาพในการให้บริการการรักษาโรคที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของประเทศ ให้ทันวิทยาการที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในต่างประเทศ โดยที่ผู้ป่วยทุกเศรษฐานะสามารถเข้าถึงได้ จึงได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดขึ้น ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ชั้น 8

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งผลิตเซลล์ที่ได้มาตรฐานเพื่อการรักษาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลในเครือข่าย ทำหน้าที่วิจัยพัฒนาการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดให้ครอบคลุมที่สุด

นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการฝึกอบรมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัดของประเทศ

หากสนใจศึกษาข้อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.custemcells.com

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก