posttoday
พระอัจฉริยภาพด้านการออม

พระอัจฉริยภาพด้านการออม

14 ตุลาคม 2560

ในช่วงที่ประชาชนชาวไทยร่วมใจ

ในช่วงที่ประชาชนชาวไทยร่วมใจแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจที่ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทยในทุกแง่มุม

ในด้านเศรษฐกิจนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างแก่พสกนิกรในเรื่องของความเรียบง่าย ความพอเพียง ซึ่งไม่ค่อยมีใครได้นำเรื่องราวของการเป็น “กษัตริย์นักออม” ของพระองค์มาเปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนพระองค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เป็นแบบอย่างของการใช้ชีวิต ผู้ทรงเป็นต้นแบบของความพอเพียงและอดออม รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความสุขที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย ซึ่งพระราชจริยวัตรแห่งความพอเพียงเริ่มตั้งแต่ทรงพระเยาว์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงสอนพระราชโอรสและพระราชธิดาให้ทรงใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างสามัญชน ปลูกฝังความรู้ความเข้าใจในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการมัธยัสถ์อดออม พระราชจริยวัตรแห่งความพอเพียง พอประมาณ มีเหตุมีผล เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินพระชนม์ชีพของพระองค์

นอกจากนั้น ทรงอบรมเลี้ยงดูพระราชโอรสและพระราชธิดาในเรื่องของการบริโภคด้วยปัญญาและปลูกฝังในเรื่องของความประหยัดและอดออม โดยผู้เขียนสืบค้นจากการรวบรวมของธนาคารออมสิน พบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีบัญชีเงินฝากครั้งแรกเมื่อมีพระชนมายุ 5 พรรษา โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารออมสินให้พระราชโอรสและพระราชธิดาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์เพื่อสอนให้รู้จักการเก็บออม โดยทรงเปิดบัญชีประเดิมให้ 100 บาท

ปัจจุบันไม่สามารถหารายละเอียดคู่ฝากได้แล้ว และถวายกระปุกออมสินให้ทรงหยอดกระปุกเหมือนเด็กทั่วไปเมื่อเต็มก็จะนำมาฝาก ธนาคารออมสินจะไปถวายการรับฝากเงินจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานทุกปี เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา ก็ทรงเปิดบัญชีเงินฝากให้กับพระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์เช่นกัน โดยทุนประเดิมในบัญชีนั้น เท่ากับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงพระราชทานแก่พระองค์ เพื่อปลูกฝังการออมให้แก่พระราชโอรสและพระราชธิดา

ทั้งนี้ ยังทรงแสดงแก่ประชาชนชาวไทยทั้งชาติว่า แม้พระองค์จะเป็นถึงพระเจ้าแผ่นดิน ก็ยังให้ความสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมแห่งการออมแก่บุตรหลานในครอบครัว ผ่านทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานในหลายโอกาส ได้แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการประหยัดอดออม อาทิ กระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2503 ว่า

“ในภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าจะใคร่ได้กล่าวถึงความสำคัญของการประหยัด ซึ่งรัฐบาลชักชวนให้แต่ละคนปฏิบัติ คงจะได้ตระหนักอยู่แล้วทั่วกันว่า การใช้จ่ายโดยประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัว ช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า”

พระบรมราโชวาท ที่พระราชทานแก่ ธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารสมาคมธนาคารไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน ซึ่งเป็นรายได้ส่วนเกินจากการเปิดให้ประชาชนแลกซื้อธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 5 ธ.ค. 2550 เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะที่เข้าเฝ้าฯ ความตอนหนึ่งว่า แต่ก่อนเงิน 10 บาท ก็รู้สึกว่าเป็นเงินมาก เดี๋ยวนี้สิบบาท ร้อยบาท พันบาท หรือหมื่นบาท ก็ยังน้อย ทำไมมันน้อย แม้ล้านบาทก็ยังน้อย

“เมื่อครั้งไปขอเงินสมเด็จพระพันวัสสา ขอเงิน 1 บาท ท่านให้ พอกำแหงหน่อยขอ 5 บาทก็ยังให้ ต่อมาขอท่าน 10 บาทก็ยังให้ แต่มาถึง 50 บาท ท่านบอกไม่มี ถามว่า งั้น 100 บาทมีไหม ท่านบอกว่ามี แต่ต้องตัดบัญชีที่มีอยู่ อยากใช้เท่าไรก็ได้”

“ท่านสอนว่า เราไม่ควรจะถลุงเงิน แม้ 100 บาท ท่านไม่ให้ แต่วันนี้เป็นพันบาท หมื่นบาท แสนบาท ล้านบาทท่านก็ให้ ร้อยล้านท่านก็ให้ สมัยนี้เปลี่ยนไป แต่ก่อน 100 บาท ท่านไม่ให้ สมเด็จย่าท่านบอกว่า ถ้าให้ก็หมด หมดก็ไม่ให้แล้ว ตอนนี้ท่านให้มาเป็นจำนวนมาก หวังว่าท่านบริหารได้พันล้านหมื่นล้าน ขอให้ท่านทั้งหลายบริหารเงินไม่ให้หมดเพื่อให้ประเทศชาติมีเงินใช้ ขอขอบคุณที่มีความตั้งใจบริหารเงินของชาติไม่ให้หมดไป ให้มีใช้”

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้เขียนเห็นว่า การนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตนั้นนับว่าเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยให้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตหลังจากประเทศไทยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 หลักการนี้เป็นของดีหากนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างจริงจังแล้ว เชื่อเถิดว่าจะไม่มีวันอับจน และไม่ลำบากยากจน และเกิดวิกฤตในชีวิตอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท