posttoday
คนเด่นคนดัง

คนเด่นคนดัง

14 ตุลาคม 2560

‘จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ’ คุณภาพกับลูกค้า-สื่อสารกับลูกน้อง“จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ”

โดย บงกชรัตน์ สร้อยทอง / ภาพ ไม่ต้องเครดิต

‘จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ’ คุณภาพกับลูกค้า-สื่อสารกับลูกน้อง“จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) หรือ TOA ผู้ประกอบการสีทาอาคารที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากสุดในไทย และอยู่กับประเทศไทยมาหลายสิบปี ปัจจุบันเขาอายุ 44 ปี เป็นลูกชายคนที่สองของ “ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ” ที่เข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัวได้ประมาณ 16 ปี และเพิ่งจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา

“จตุภัทร์” เรียนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่  Master of Management Purdue University สหรัฐอเมริกา กลับมาไปทำงานด้านสินเชื่อและช่วยแก้ปัญหาหนี้ของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้านเป็นหลัก

เขาบอกว่าสิ่งที่เขาเห็นตัั้งนานคือ แม้จะเป็นธุรกิจของครอบครัวแต่การบริหารจัดการอยู่บนเกณฑ์มาตรฐานมาโดยตลอด มีการวางแผนงาน ไปลงทุนและสร้างโรงงานที่ต่างประเทศคือที่เวียดนามมาตั้งแต่ปี 2538 และโรงงานเสร๋็จเริ่มดำเนินการพาณิชย์ได้เมื่อปี 2541 จนปัจจุบันมีฐานผลิตทั้งหมด 8 โรงงาน ใน 6 ประเทศ โดยตั้งอยู่ในประเทศไทยถึง 3 แห่ง และกินสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายถึง 87% และยังให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา (R&D) มานานจนปัจจุบันมีประมาณ 50-60 คน และให้งบ 1% ของยอดขาย/ปี รวมถึงพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นไอเดียคัลเลอร์มาประมาณ 10 ปี เพื่อให้ลูกค้าลองเทสต์สีกับห้องจำลองและมาเลือกดูสีหน้าร้านได้ถูกใจ

สำหรับการเข้า SET เพื่อต้องการไปลงทุนในการขยายโรงงานใน 3 ประเทศ คือ เมียนมา กัมพูชา และอินโดนีเซีย ที่มองว่าอนาคตจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักและมีโอกาสเติบโตสูง เพราะเป็นฐานใหญ่ที่สุดแต่ยังมีฐานที่ใช้สีที่น้อยอยู่ ซึ่งกลยุทธ์อะไรที่เราเคยใช้ในประเทศไทยในอดีต ก็จะไปใช้ที่อินโดนีเซีย

เขามองว่าพอเปิด 3 โรงงานใหม่ในต่างประเทศจะทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น หากเปรียบเทียบปัจจุบันก็มีส่วนแบ่งการตลาด 13% หรืออยู่ในอันดับ 1 และอันดับ 2 มาตลอด และยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดส่วนแบ่งรายได้ของบริษัทจากต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 18-20% ในอีก 5 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 13-14%

ประเทศไทยมีสัดส่วนรายได้ 87% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าบ้านเก่าถึง 70% คาดว่าไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนครอบครัวไทยมีขนาดเล็ก การต้องการเป็นเจ้าของบ้านตัวเองมากขึ้นกว่าในอดีตจะเป็นตัวช่วยในระยะยาว ทำให้ตัดสินใจง่ายที่จะหันมาใช้สีทาบ้านเองมากขึ้น ดังนั้นภายในปีหน้าจะมีการปรับใช้การบริการช่องทางการจำหน่ายออนไลน์เพิ่มเข้ามา

เขาออกปากว่าคุณพ่อไม่ได้มีการถ่ายทอดอะไรออกมาให้อย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่ให้คำนึงว่า “ต้องขายสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และทำให้คนเห็นและเข้าถึงเราได้ง่าย โดยมองความต้องการลูกค้าเป็นหลัก ขณะที่หน้าร้านก็เหมือนเป็นเส้นเลือด เราก็ต้องดูแลเขาเป็นอย่างดีด้วยทำอย่างไรให้เขาสามารถขายของให้เราอย่างสบายใจและไร้กังวล เพราะถ้าเกิดความเสียหายทีหนึ่งก็จะเป็นปัญหาระยะยาว กับพนักงานหรือลูกน้องก็ต้องเน้นการสื่อสารระหว่างกันให้มากที่สุด”

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน