
ตีกรอบยุทธศาสตร์กฎหมายแข่งขันฯ
บอร์ดแข่งขันทางการค้า ตั้งคณะทำงานวางกรอบยุทธศาสตร์รับกฎหมายใหม่บังคับใช้ เดินหน้าพิจารณาคดีร้องเรียนค้าง 10 เรื่อง
บอร์ดแข่งขันทางการค้า ตั้งคณะทำงานวางกรอบยุทธศาสตร์รับกฎหมายใหม่บังคับใช้ เดินหน้าพิจารณาคดีร้องเรียนค้าง 10 เรื่อง
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้นัดประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ซึ่งปรับปรุงแก้ไขใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2560 โดยได้พิจารณาแนวทางการทำงานในช่วงรอยต่อที่ยังไม่มีคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ชุดใหม่
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 3 ชุด โดยชุดแรกเป็นคณะทำงานเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผน 12 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คณะทำงานชุดที่ 2 เป็นคณะทำงานที่ดูเรื่องโครงสร้างของ สขค. อัตรากำลังคนและงบประมาณ และชุดที่ 3 ดูเรื่องบุคลากรว่าจะมาจากไหน ปัจจุบันมีกำลังคนอยู่ที่ 65 คน
"สขค.มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐแต่ไม่ใช่ราชการ ไม่ใช่องค์การมหาชน แต่ทำหน้าที่คล้ายกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แล้วกรรมการต้องทำงานแบบเต็มเวลา" นายบุณยฤทธิ์ กล่าว
สำหรับเรื่องร้องเรียนการเอาเปรียบทางการค้าที่มีอยู่เดิมประมาณ 10 เรื่อง จะถูกโอนมาเป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการตามกฎหมายใหม่ แต่ในการพิจารณาองค์ประกอบความผิดจะใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายฉบับเดิมปี 2542 ส่วนการลงโทษจะใช้โทษตามกฎหมายฉบับใหม่ปี 2560 เพราะกฎหมายต้องเป็นคุณกับผู้กระทำผิด โดยกฎหมายเดิมมีแต่โทษอาญา แต่กฎหมายใหม่มีโทษอาญาและทางปกครอง ส่วนคดีใหม่หลังจากวันที่ 5 ต.ค. 2560 จะใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาตามกฎหมายใหม่ทั้งหมด ยืนยันว่าคดีที่ค้างอยู่ การพิจารณาจะไม่ล่าช้าเหมือนกฎหมายเก่า เพราะไม่ต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาอีก สามารถพิจารณาต่อได้เลย
อย่างไรก็ตาม ในด้านการทำงานคณะกรรมการชุดเดิมจะยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการชุดใหม่ เพื่อไม่ให้งานสะดุด ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการฯ กำหนดให้อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นเลขานุการฯ ไปก่อน จนกว่าจะมีเลขาธิการฯ คนใหม่เช่นเดียวกัน
"ในระหว่างนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสรรหา กขค. ซึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ ทำการสรรหาคณะกรรมการ กขค. ภายใน 270 วัน และ กขค.จะทำการคัดเลือกเลขาธิการฯ ภายใน 180 วัน นับจากมี กขค. รวมแล้วทั้งหมดไม่เกิน 450 วัน" นายบุณยฤทธิ์ กล่าว







