
ศตวรรษิกชน ...คนร้อยปี (2)
นอกจากปัจจัยด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลให้ประชากรไทยมีอายุยืนยาวขึ้นแล้ว
โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุลนักวิจัย สกว. ด้านประชากรศาสตร์สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
นอกจากปัจจัยด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลให้ประชากรไทยมีอายุยืนยาวขึ้นแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่คณะวิจัยค้นพบจาก "โครงการศึกษาศตวรรษิกชนคนร้อยปีในประเทศไทย" ก็คือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งน่าจะมีส่วนสำคัญเช่นกัน
คนที่ใช้ชีวิตเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เสี่ยงต่อการเสียสุขภาพ หรือเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ยาวนานย่อมลดลง แต่จะใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะพอเหมาะพอสม มีชีวิตอยู่อย่างไม่เครียดและมีความสุข จนทำให้อายุยืนนั้นคงเป็นเรื่องที่ต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อหาคำตอบกันต่อไป
ครอบครัวและสังคมก็น่าจะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น การศึกษาความยืนยาวของชีวิตในสังคมเมืองและสังคมชนบทก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ที่ผ่านมาดูเหมือนจะมีแต่เรื่อง "ศตวรรษิกชน" ที่อยู่ในชุมชนหรือหมู่บ้าน ชนบทที่บทบาทและสถานภาพทางสังคมของคนราบรื่นไม่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ในชุมชนที่ให้คุณค่าและความสำคัญแก่ ผู้อาวุโส อาจเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการมีชีวิตอยู่อย่างยาวนาน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ คือ คนจำนวนมากที่มีญาติ พี่น้องอายุยืน มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดี มีโภชนาการเหมาะสมตามหลักหรือทฤษฎีโภชนาการ อยู่ในภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น และในชุมชนที่ให้ความสำคัญแก่ผู้สูงอายุที่เสียชีวิตไปแล้วก่อนที่จะมีอายุถึง 90 หรือ 100 ปี ดังนั้นปัจจัยที่แท้จริงที่ทำให้คนเป็นศตวรรษิกชนผู้มีสุขภาพดี คงเป็นเรื่องที่เราต้องศึกษาค้นคว้ากันต่อไป
หลายคนคงอยากรู้ว่าปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีคนอายุร้อยปีอยู่กี่คน
คำถามนี้น่าจะตอบได้ไม่ยาก โดยดูได้จากรายงานทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย เช่น เมื่อปลายปี 2558 มีคนร้อยปีตามทะเบียนราษฎรอยู่ประมาณ 2 หมื่นกว่าคน บางคนอาจมีคำถามทำนองนั้นอยู่ในใจว่าไทยเรามีคนอายุยืนยาวถึงร้อยปีเป็นจำนวนมากขนาดนั้นเชียวหรือ
โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากสำนักบริหารการทะเบียน ได้ให้ข้อมูลคนที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป หรือคนที่เกิดในปี 2458 และก่อนหน้าโดยไม่ระบุชื่อ ตามทะเบียนราษฎร ประเทศไทยในปี 2558 มีคนอายุ 100 ปีขึ้นไปทั้งหมด 29,092 คน เป็นชาย 14,399 คน และหญิง 14,693 คน
คณะผู้วิจัยได้สุ่มเลือก 7 จังหวัดในแต่ละภาค เพื่อสำรวจโดยโทรศัพท์ติดต่อไปยังหน่วยบริหารระดับพื้นที่ที่มีคนร้อยปีตามทะเบียนราษฎรอยู่ และสอบถาม "ผู้รู้" ในพื้นที่ เช่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใน อบต. อปท. หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อตรวจสอบว่าในพื้นที่นั้นมีคนร้อยปีที่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทำให้นักวิจัยสามารถคำนวณหา "สัดส่วนคนร้อยปีตามทะเบียนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อจำนวนคนร้อยปีตามทะเบียนทั้งหมด" ในพื้นที่ตัวอย่าง โดยแยกเป็นรายเพศ กลุ่มอายุ และภาค ก่อนนำไปคาดประมาณจำนวนคนร้อยปีในจังหวัดต่างๆ ในภาคนั้นๆ เมื่อนำคนร้อยปีที่ประมาณได้ของทุกจังหวัดมารวมกัน จะได้จำนวนคนร้อยปีตามทะเบียนที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 2,796 คน เป็นชาย 726 คน และหญิง 2,070 คน







