
ยิ่งโต ยิ่งออกจากศูนย์กลาง พัตสา ตรีรัตน์
เรื่อง/ภาพ กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัยประสบการณ์ 43 ปีทำให้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล ด้วยการค่อยๆ ถอยห่างออกจากศูนย์กลางแห่งตัวเอง
เรื่อง/ภาพ กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย
ประสบการณ์ 43 ปีทำให้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล ด้วยการค่อยๆ ถอยห่างออกจากศูนย์กลางแห่งตัวเอง
เรื่องเล่าของ น้ำ-พัตสา ตรีรัตน์ ช่างเป็นข้อคิดและแรงบันดาลใจ ด้วยเรื่องราว 43 ปีที่มีทั้งความสุขใจและเคล้าน้ำตา "อย่าวางตัวเองเป็นศูนย์กลาง ถ้าอยากผ่านปัญหานั้นไปให้ได้"
ปัจจุบันน้ำเป็นเจ้าของบ้านพิมพิสา บางเสร่ บูติก เรสซิเดนซ์ โรงแรมแสนอบอุ่น ที่เปิดบริการเมื่อปี 2558 และเป็นหุ้นส่วน ของบ้านสัตหีบ ชายทะเล บูติก เกสต์เฮาส์ ที่พักริมทะเล ที่จุดประกายความฝันใน วัยเด็กของเธอ
"ตอนเด็กมีความฝันอยากมีบ้านริมทะเลสักหลังอยู่กับเพื่อนๆ แต่ตอนนี้บ้านหลังนั้นมันใหญ่ขึ้น และไม่มีแค่พวกเรา แต่ยังเปิดเป็นบ้านสำหรับทุกคน
จากนั้นความฝันก็ขยายไปอีก เมื่อเราทำบ้านพิมพิสาที่เป็นบ้านของเราเอง ซึ่งทำให้ค้นพบเลยว่า นี่คือความสุขที่แท้จริง เมื่อก่อนน้ำทำงานในบริษัทใหญ่ กินเงินเดือน เต็มไปด้วยความกดดันและความเครียด จนทำให้เราต้องวิ่งไปหาความสุขที่อื่น แต่วันนี้ความสุขมันมาอยู่ตรงหน้า มันอยู่ในงาน
คำว่าประสบความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนต่างกัน แต่สำหรับเราคิดว่า ตอนนี้คือความประสบความสำเร็จ เพราะเราค้นพบความสุข ทำงานที่เรารัก และมีชีวิตที่ดีแล้ว"
อย่างไรก็ตาม เส้นทางแห่งชีวิตไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ อย่างประสบการณ์ร่วม 43 ปีที่ผ่านมาย่อมสร้างเกราะป้องกันอะไรบางอย่างให้ผู้หญิงคนนี้โตขึ้น แกร่งขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น ปล่อยวางง่ายขึ้น และนำตัวเองออกมาจากศูนย์กลางไกลขึ้น
"มันอยู่ที่ว่าเราจะโฟกัสปัญหานั้นอย่างไร งานของเราอยู่ในสายบริการ ต้องใช้พลังงานบวก คิดบวก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราหลอกตัวเองไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเจอปัญหาเราจะโฟกัสมันนานไม่ได้ ต้องแยกพาร์ตให้ได้ชัดเจน ต้องหยุดความรู้สึกส่วนตัวไว้ และกลับมาทำงานด้วยความสุขให้เร็วที่สุด ซึ่งกว่าจะถึงจุดที่คิดแบบนี้ได้ ประสบการณ์ในชีวิตมันบ่มเพาะเรามา"
น้ำย้อนเล่าช่วงมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ ตอนนั้นเธอเพิ่งจบปริญญาโทมาจากเมืองนอกเมืองนา เรียกว่า ประสบความสำเร็จในโลกของการศึกษามาตลอดชีวิต แต่เธอกลับสอบตกในเรื่องของการใช้ชีวิต เมื่อต้องปะทะกับความอกหัก ความเสียใจ และความเสียศูนย์อย่างแรง ทำให้เธอ "จม" กับทุกอย่าง ต้องลาออกจากงาน ไม่กล้าเข้าสังคม จนถึงขั้นไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้
"เมื่อก่อนเราทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาล คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ พออกหักมันเลยทำให้เราเสียหน้า กลายเป็นโรคซึมเศร้า แค่ฟังเพลงยังไม่ได้ เดินห้างคนเดียวก็ไม่ได้ จนไม่สามารถอยู่บนโลกได้ น้ำเคยผ่านวินาทีที่เกือบจะหยิบเชือกขึ้นมาแล้ว แต่โชคดีที่เรายังมีครอบครัวอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งกว่าจะลุกขึ้นมาได้ต้องใช้เวลาเกือบ 3 ปี และกลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในชีวิตที่จะไม่ลืม จะไม่กลับไปเป็น"
เจ้าของบ้านพิมพิสา กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะมีความสุข คงเป็นการเอาเปรียบตัวเองไม่น้อย ถ้ามีชีวิตที่ไม่มีความสุข "ตอนนี้ชีวิตไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่มีครอบครัวและคนที่เรารักอยู่ข้างๆ ในจุดที่สบายใจแค่นั้นก็พอแล้ว"
สายวันนั้นลมทะเลยังไม่หยุดพัด และบทสนทนาก็ยังไม่หยุดเดิน n







