
ป่วนบัตรคนจน เศรษฐกิจสะดุด
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการแจกสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 ที่ใช้งบประมาณปี 2561 ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยมีผู้มาลงทะเบียนถึง 14.17 ล้านคน เทียบกับปีก่อนหน้าที่มีผู้มาลงทะเบียน 8 ล้านคน
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือการแจกสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 ที่ใช้งบประมาณปี 2561 ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยมีผู้มาลงทะเบียนถึง 14.17 ล้านคน เทียบกับปีก่อนหน้าที่มีผู้มาลงทะเบียน 8 ล้านคน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้มีผู้มาลงทะเบียนจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคาดหวังว่ารัฐบาลจะแจกเงินให้เหมือนรอบแรกสำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ได้คนละ 3,000 บาท และคนที่รายได้เกิน 3 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท ได้คนละ 1,500 บาท แต่เมื่อสุดท้ายผู้มาลงทะเบียนรู้ว่ารัฐบาลไม่มีการแจกเงินเหมือนรอบแรก ก็สร้างความผิดหวังให้กับผู้ลงทะเบียนไปไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ผู้มาลงทะเบียน 14.17 ล้านคน เมื่อมีการตรวจคุณสมบัติที่สำคัญ เช่น มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี มีเงินฝากและถือครองที่ดินไม่เกินกำหนด ปรากฏว่ามีผู้ผ่านคุณสมบัติ 11.43 ล้านคน และมีผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติมากถึง 2.74 ล้านคน ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างว่ามีคนรายได้น้อยไม่จริงแอบมาลงทะเบียนหวังจะเล็ดลอดการตรวจสอบเพื่อให้ได้สวัสดิการที่ไม่สมควรได้
ยิ่งการตรวจสอบข้อมูลลึกลงไปว่า มีคนที่จบดอกเตอร์กว่า 700 คน มาลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการทำให้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังนั่งไม่ติด ต้องตรวจสอบกันยกใหญ่และพบว่า มีการลงทะเบียนที่คลาดเคลื่อนในเรื่องของวุฒิการศึกษา มีผู้ลงทะเบียนจำนวนมากใส่ว่าจบดอกเตอร์ทั้งที่ไม่ได้จบจริง อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังออกมาขู่ผู้ที่ลงทะเบียนแต่ไม่จนจริง ซึ่งมีเจตนาไม่ดี โดยจะทำการคาดโทษหากจนจริงในอนาคต อาจไม่ได้รับสิทธิ รับสวัสดิการจากภาครัฐ
ปัญหาของการแจกสวัสดิการให้ ผู้มีรายได้น้อยยังมีมาต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เริ่มแจกบัตรตั้งแต่วันที่ 21-30 ก.ย. 2560 และเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป โดยสวัสดิการมี 2 ส่วน คือ ซื้อของจากร้านธงฟ้าได้คนละ 200-300 บาท ส่วนวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/คน/3 เดือน
ส่วนที่ 2 จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เป็นวงเงินค่าโดยสารรถเมล์และรถไฟฟ้า จำนวน 500 บาท/คน/เดือน วงเงินค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท/คน/เดือน วงเงินค่าโดยสารรถไฟ 500 บาท/คน/เดือน
แต่ปรากฏว่า การแจกบัตรสวัสดิการมีปัญหาล่าช้า โดยเฉพาะ ในส่วนของบัตรแมงมุมของผู้มีสิทธิใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร ประมาณ 1.3 ล้านคน จากวันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็น 17 ต.ค. 2560 โดยกรมบัญชีกลางจะยกยอดวงเงินแต่ละประเภทสวัสดิการที่คงเหลือจากการใช้จ่ายในเดือน ต.ค. 2560 ให้ไปใช้ต่อได้ในเดือน พ.ย. 2560
ขณะที่การแจกบัตรสวัสดิการ 70 จังหวัด ใกล้สิ้นเดือน ก.ย. 2560 มีผู้มารับบัตรแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เคยใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์และไม่รู้จักร้าน ธงฟ้าประชารัฐ ทางกรมบัญชีกลางจึงต้องยกยอดการใช้บัตรของเดือน ต.ค. 2560 ที่เหลืออยู่ไปใช้ได้ในเดือน พ.ย. 2560 เช่นกัน
ปัญหาความล่าช้าและอุปสรรคต่างๆ ทำให้การใช้จ่ายของบัตรสวัสดิการทำได้ไม่เต็มที่ เม็ดเงินจากโครงการนี้กว่า 4 หมื่นล้านบาท มีการคาดหมายกันว่า 1 ใน 4 จะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จนกระทรวงการคลังต้องออกมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยการยกยอดเงินของเดือน ต.ค.ไปใช้ในเดือน พ.ย. ได้ เพื่อรักษาเม็ดเงินให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในจำนวนเท่าเดิม
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า เม็ดเงินจากโครงการแจกสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย น่าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้นไม่ถึง 0.1% ยิ่งเมื่อมีปัญหาอุปสรรคทำให้ล่าช้ายิ่งทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นน้อยไปอีก
ที่ผ่านมารัฐบาลตั้งเป้าโครงการแจกสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย เป็นโครงการสำคัญอันหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัวได้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจภาพรวมขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง หน่วยงานต่างๆ ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากเดิมที่ประมาณ 3% ต้นๆ ไปอยู่ที่ 3% ปลายๆ แต่การขยายตัวเศรษฐกิจก็จะคึกคักอยู่ในเมืองเศรษฐกิจหลักๆ เท่านั้น ขณะที่เศรษฐกิจในจังหวัดรอง ซึ่งเป็นการครอบคลุมส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจฐานรากยังขยายตัวได้ไม่ดี
ปัญหาโครงการแจกสวัสดิการ ผู้มีรายได้น้อยไม่ได้มีปัญหาแต่การแจกบัตรเท่านั้น ยังมีปัญหาเรื่องการติดตั้งเครื่องชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีดีซี ให้กับร้านธงฟ้า ขณะนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องทั่วประเทศแล้วกว่า 4,000 เครื่อง และจะติดตั้งเพิ่มเป็น 8,000 เครื่อง ให้ครบทุกตำบลในวันที่ 1 ต.ค. 2560 ซึ่งยังไม่สามารถทำได้ส่งผลให้ประชาชนใช้จ่ายไม่ได้
ขณะเดียวกัน การติดตั้งเครื่อง รูดบัตรในรถเมล์ รวมถึงระบบตั๋ว ของรถไฟฟ้าที่กว่าจะใช้ได้ต้องรอถึงกลางปีหน้า เป็นอุปสรรคทำให้การใช้สวัสดิการของผู้มีสิทธิใช้ได้ไม่เต็มที่อย่างที่ควรเป็น
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการใช้บัตรสวัสดิการผิดวัตถุประสงค์ เช่น ร้านค้าธงฟ้ารูดเงินจากบัตรโดยไม่มีการซื้อสินค้าจริง และนำเงินสดให้กับเจ้าของบัตรแทน และร้านค้าบางแห่งยังไม่มีเครื่องอีดีซี แต่ให้ผู้มีสิทธิซื้อของได้แต่ต้องให้ทางร้านยึดบัตรไว้ รวมถึงร้านค้าธงฟ้าบางแห่งให้ผู้มีสิทธิใช้บัตรซื้อสุรา ยาสูบ ซึ่งไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทำให้กระทรวงการคลังต้องออกมาขู่อีกรอบว่า หากพบการกระทำผิดดังกล่าวอีกจะยึดบัตรและตัดสิทธิผู้ได้รับสวัสดิการ ส่วนร้านค้าธงฟ้าที่กระทำผิดก็จะแจ้งให้กระทรวงพาณิชย์ถอนการจดทะเบียนและยึดเครื่องอีดีซี
โครงการแจกสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยยังถูกโจมตีและถูกนำไปสร้างกระแสข่าวลือเพื่อดิสเครดิตการทำงานของรัฐบาล เช่น โครงการนี้ไม่ถูกกฎหมาย ผู้ที่เข้าโครงการจะกู้เงิน จากสถาบันการเงินไม่ได้ โครงการนี้เป็นการเอื้อนายทุนรายใหญ่ไม่กี่ราย ทำให้รัฐบาลต้องเสียเวลาออกมาชี้แจงโครงการนี้อยู่ตลอดเวลา ทำให้การดำเนินงานของโครงการเกิดการสะดุดเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ n







