
ทรงปฏิบัติธรรม
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้ชื่อว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงแตกฉานในพุทธศาสนธรรมอย่างลึกซึ้ง เชื่อว่าคนไทยคงทราบถึงพระปรีชาในด้านนี้ของพระองค์อยู่แล้ว พระปรีชาดังกล่าวปรากฏในพระราชดำรัส พระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานแก่ประชาชนคนไทย กลุ่มบุคคลทั้งหลายในโอกาสต่างๆ ทรงอธิบายธรรมที่ยากให้เข้าใจง่ายเหมือนทรงหงายของที่คว่ำฉะนั้น
นอกจากนี้ ยังปรากฏในคราวที่มีพระราชธรรมสากัจฉา (สนทนาธรรม) และมีพระราชปุจฉาเกี่ยวกับข้อธรรมหรือการปฏิบัติธรรมกับพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งหลายอีกด้วย ทุกครั้งระหว่างการสนทนาธรรม หรือมีพระราชปุจฉาทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาในการตั้งคำถามและการสนทนาอย่างน่าทึ่ง
ครั้งหนึ่งได้ทรงสนทนาธรรมกับหลวงปู่ดูลย์ วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ ตอนหนึ่งทรงถามหลวงปู่ว่า "การละกิเลสนั้น ควรละกิเลสอะไรก่อน" หลวงปู่ดูลย์ได้ถวายวิสัชนาว่า กิเลสทั้งหมดเกิดรวมอยู่ที่จิต ให้เพ่งมองดูที่จิต อันไหนเกิดก่อน ให้ละอันนั้นก่อน
ในหลวงรัชกาลที่ 9 มิเพียงมีพระปรีชาในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาเท่านั้น ทรงเป็นนักวิจัยธรรม ทรงอธิบายธรรมได้ลึกซึ้ง ที่สำคัญ หลายคนอาจไม่รู้ว่าพระองค์ทรงเป็นนักปฏิบัติธรรมชั้นเลิศ
ทำไมถึงว่าอย่างนั้น เพราะทุกการปฏิบัติในพระราชจริยวัตรและ พระราชกรณียกิจใหญ่น้อยของพระองค์ที่ทรงปฏิบัติมาทั้งก่อนและขณะ เสวยราชสมบัติคือการปฏิบัติธรรม กล่าวคือพระองค์มีธรรมะคือสติทุกเมื่อ ทำให้พระราชกรณียกิจสำเร็จล่วงด้วยดี
ครั้งหนึ่งพระองค์ได้เสด็จฯ ไปทรงตัดลูกนิมิตที่วัดคะตึกเชียงมั่น อ.เมือง จ.ลำปาง ได้ทรงถามหลวงพ่อเกษมว่า "การปฏิบัติอย่างพระมีเวลามากย่อมจะได้ผลเร็ว ส่วนผู้ที่มีเวลาน้อยมีภารกิจมากจะปฏิบัติอย่างหลวงพ่อก็ไม่อาจทำได้ แล้วจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร เราจะหั่นแลกช่วงเวลาช่วงเช้าให้สั้นเข้าจะได้ไหม คือซอยเวลาออก จากหนึ่งชั่วโมงเป็นครึ่งชั่วโมง จากครึ่งชั่วโมงเป็นสิบนาที หรือห้านาที แต่ให้ได้ผลคือได้รับความสุขเท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น นั่งรถยนต์จากเชียงใหม่มาลำปางก็สามารถปฏิบัติได้ หรือระหว่างที่มาอยู่ในพิธีนี้มีช่วงที่ว่างอยู่ ก็ปฏิบัติเป็นระยะไป อย่างนี้จะถูกหรือเปล่าก็ไม่ทราบ อยากจะเรียนถาม"
หลวงพ่อเกษมกราบทูลว่า จะปฏิบัติอย่างนั้นก็ได้ถ้าแบ่งเวลาได้ พระองค์ได้มีพระราชปุจฉาต่อว่า "ไม่ถึงแบ่งเวลาต่างหากออกมาทีเดียว ก็อาศัยเวลาขณะที่ออกมาทำงานอย่างอื่นอยู่นั้นแหละได้หรือไม่ คือใช้สติอยู่ทุกขณะจิตที่เกิดดับ ทำงานด้วยความรอบคอบให้สติตั้งอยู่ตลอดเวลา"
"มหาบพิตรทรงปฏิบัติอย่างนั้นถูกแล้ว การที่มหาบพิตรเสด็จพระราช ดำเนินมาปฏิบัติงานอย่างนี้ ก็เรียกว่าได้ทรงเจริญเมตตาในพรหมวิหารอยู่" หลวงพ่อเกษม ถวายวิสัชนา







