posttoday
ความรับผิดชอบต่อสังคม

ความรับผิดชอบต่อสังคม

08 ตุลาคม 2560

กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม เมื่อผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ได้นำเบียร์สดมาจำหน่ายในรูปแบบของตู้กดผ่านทางร้านสะดวกซื้อ

กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม เมื่อผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ได้นำเบียร์สดมาจำหน่ายในรูปแบบของตู้กดผ่านทางร้านสะดวกซื้อ โดยนำร่องไม่กี่สาขา เน้นในสาขาของหัวเมืองท่องเที่ยว โดยทางพนักงานของร้านจะเป็นผู้กดเครื่องดื่มดังกล่าวให้ และทำการชำระเงินกับพนักงาน ซึ่งเวลาการจำหน่ายได้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ ช่วงเวลา 11.00-14.00 น. และช่วงเวลา 17.00-24.00 น. เบื้องต้นอยู่ในช่วงของการทดลองจำหน่าย

เรื่องนี้ได้ก่อให้เกิดความไม่สบายใจของผู้คนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง เครือข่ายรณรงค์ไม่ดื่มสุราทั้งหลาย เพราะเกรงว่าการแข่งขันกันทำการตลาดจะไปเพิ่มจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ให้เข้าสู่วงจรการดื่มเหล้าเบียร์ หรือเห็นการดื่มเป็นเรื่องปกติ

ที่น่าตกใจคือ เครือข่ายรณรงค์ไม่ดื่มสุราทั้งหลาย รายงานตรงกันว่า จากการไปล่อซื้อเบียร์สดจากร้านสะดวกซื้อ พบว่าพนักงานขายเบียร์ไม่ได้ขอดูบัตรประชาชนคนซื้อ เสี่ยงต่อการที่เยาวชนจะเข้าไปซื้อดื่มได้อย่างสะดวก ระบบการขายไม่มีการป้องกันที่ดี ซึ่งอาจจะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 30 วรรค 1 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะที่ใช้เครื่องขายอัตโนมัติ

ที่ทางเครือข่ายรณรงค์ไม่ดื่มสุราทั้งหลายดาหน้าออกมาต่อต้านเรื่องนี้กันอย่างเข้มแข็งก็เพราะเห็นว่า หากร้านสะดวกซื้อขายเบียร์สดด้วย ก็ไม่ต่างอะไรกับการผลิตคนเมาออกมาเพิ่มความเสี่ยงบนท้องถนน เพราะต้องกินทันที ทั้งนี้ เบียร์สดปกติจะมีระดับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์อยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ การดื่ม 2 แก้วขึ้นไป จะทำให้มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกฎหมายกำหนดและมีความเสี่ยงอุบัติเหตุ 8 เท่า และหากเป็นการเมาแล้วขับ ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นจะมีมาก เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสีย

อย่างไรก็ดี ทางผู้บริหารร้านสะดวกซื้อทั้งหลายได้ยินดีที่จะระงับการขายออกไป จนกว่าจะมีความชัดเจนทางกฎหมายหรือเกิดความสบายใจของผู้คนในสังคม ซึ่งนับเป็นการถอยที่ถูกทาง เพราะการรับผิดชอบต่อสังคมเป็นหน้าที่ของผู้ที่ทำการค้าขายทั้งหมด

แม้ทางร้านสะดวกซื้อจะระงับการขายสินค้าดังกล่าวออกไป ก่อน แต่ถือว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ และน่าจะมีการจัดการใหม่ให้เหมาะสม เรื่องนี้มีประเด็นที่มองได้หลายด้านทั้งในมิติเศรษฐกิจและในมิติของ สังคม

ในด้านของผู้ผลิตก็พยายามที่จะหาช่องทางการจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายซึ่งถือเป็นเรื่องการค้าปกติที่จะต้องทำเพื่อความอยู่รอด เพื่อผลกำไรของบริษัท

ในด้านสังคม เรื่องนี้อาจจะไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสม เพราะร้านสะดวกซื้อมีอยู่หัวทุกมุมถนน มีเด็กและเยาวชนไปใช้บริการมากมายทั้งวัน การวางจำหน่ายสินค้าในจุดล่อแหลมเพื่อกระตุ้นให้เด็กอยากจะซื้อสินค้ามาทดลองก็มีผลต่อการเพิ่มนักดื่มหน้าใหม่อย่างปฏิเสธไม่ได้

ในเรื่องของความเหมาะสมนี้ ไม่ใช่จะคิดถึงแต่เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์และบุหรี่เท่านั้น แต่หลักการนี้น่าจะใช้กับทุกสินค้าที่จะเข้าไปวางขายในร้านสะดวกซื้อว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นบทเรียนให้กับเอกชนที่ทำการค้าขายด้วยว่า อย่ามองเพียงกำไรหรือขาดทุนของธุรกิจเพียงอย่างเดียว ควรจะมองมิติของสังคมควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องเสียภาษีบาปเหล่านี้ แม้จะนำเงินที่ได้จากการขายสุรา เบียร์ ไปทำโครงการซีเอสอาร์ต่างๆ นานา ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดีขึ้น หากการทำธุรกิจอีกด้านหนึ่งยังส่งเสริมให้คนบริโภคและไปก่อความรุนแรง ก่อปัญหาด้านอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

ถ้าสังคมอยู่ไม่ได้ ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก