posttoday
รอเวลา ‘อากุง’ พิโรธ

รอเวลา ‘อากุง’ พิโรธ

04 ตุลาคม 2560

การปะทุครั้งล่าสุดของภูเขาไฟอากุงบนเกาะบาหลี ในอินโดนีเซีย เมื่อปี 1963 คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 1,700 คน ธารลาวาอันร้อนแรงจากภูเขาไฟทำลายล้างหมู่บ้านโดยรอบภูเขาไฟแห่งนี้จนหมดสิ้น เหลือเพียงวัดเบซากีห์ วัดฮินดูอันศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะบาหลี

การปะทุครั้งล่าสุดของภูเขาไฟอากุงบนเกาะบาหลี ในอินโดนีเซีย เมื่อปี 1963 คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 1,700 คน ธารลาวาอันร้อนแรงจากภูเขาไฟทำลายล้างหมู่บ้านโดยรอบภูเขาไฟแห่งนี้จนหมดสิ้น เหลือเพียงวัดเบซากีห์ วัดฮินดูอันศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะบาหลี

นับตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. ความหวาดกลัวว่าภูเขาไฟอากุงจะปะทุขึ้นมาอีกครั้งปกคลุมไปทั่วเกาะ ส่งผลให้ชาวเมืองผู้ตื่นตระหนกพากันอพยพออกจากหมู่บ้าน ซึ่งขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ มีชาวเมืองเกือบ 1.5 แสนคน หนีออกไปหลบภัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ทีมงาน "เล่าเรื่องอาเซียน" เดินทางไปเยือนศูนย์หลบภัยในเขตเกียญาร์ ที่ห่างจากภูเขาไฟอากุงประมาณ 62 กิโลเมตร และได้พบกับ นีโยมาน เกอร์ตี วัย 52 ปี ที่หนีมาหลบภัยที่นี่

"เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เรารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรอบแรกกันตอนกลางดึก ฉันตื่นขึ้นและคว้าตัวหลานไว้ทันที มันโกลาหลวุ่นวายมาก ทุกคนต่างวิ่งออกจากบ้านกันหมด แต่แรงสั่นสะเทือนก็ยังเกิดขึ้นไม่หยุด ราว 2-3 ครั้ง/วัน ฉันกลัวจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลย หลังจากนั้น 2 วัน พวกเราทุกคนเลยอพยพออกมาอยู่ที่นี่ ถึงจะยังเป็นห่วงบ้านอยู่ แต่ฉันรู้สึกปลอดภัยมากกว่าที่อยู่ไกลออกมา" คุณย่าผู้มีชีวิตชีวา เล่าย้อนเหตุการณ์ระทึก

แม้คนส่วนใหญ่จะหนีออกมา แต่ก็มีชายวัยทำงานจำนวนหนึ่งที่ยังอยู่ใกล้ใจกลางภูเขาไฟ นีโยมาน อธิบายว่า สำหรับครอบครัวของเธอนั้น สามีและลูกชายยังอยู่ที่หมู่บ้านเพื่อดูแลปศุสัตว์

ในขณะที่ทุกคนมัวแต่สนใจผล กระทบต่อการท่องเที่ยวบาหลีเป็นหลัก หลายคนกลับลืมนึกถึงคนอีกนับพันที่ยังอยู่ในเขตอันตรายเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง ซึ่ง นีโยมาน เล่าว่าปศุสัตว์นั้นมีค่าเกินกว่าที่จะถูกทิ้งไว้ลำพัง ซึ่งหากเสียพวกมันไป พวกเธอก็อาจไม่เหลืออะไรเลย

ทว่า ชีวิตก่อนภัยจากภูเขาไฟจะปรากฏขึ้นก็ไม่ได้สวยงามนักสำหรับ นีโยมาน

นีโยมาน เปิดแผงขายของจิปาถะเล็กๆ ในหมู่บ้าน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วเธอมีรายได้ราว 1 ดอลลาร์สหรัฐ/วัน เธอเล่าว่า บางวันเธอก็มีเงินพอไปซื้อของกินให้คนในครอบครัว แต่หลายครั้งก็ต้องยอมอดเพื่อให้หลานๆ ได้กินอิ่ม ชีวิตของเธอแร้นแค้นยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยพ่อของเธอ

"หมู่บ้านเราเพิ่งมีไฟฟ้าใช้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ก่อนหน้านั้นเรายังใช้ตะเกียงน้ำมัน ไม่มีถนนลาดยางมะตอย มีแค่ทางเดินคอนกรีต" นีโยมาน กล่าว

ถึงชีวิตของชาวบาหลีรายนี้จะยากลำบาก แต่เธอยังคงมีความหวังเมื่อพูดถึง ปูตู โดบริอานี หลานสาววัย 17 ปี ที่กำลังเรียนชั้นมัธยม และตั้งใจจะทำงานในโรงแรมหลังเรียนจบ แม้ว่าการปะทุของภูเขาไฟอากุง อาจสลายความเจริญก้าวหน้าเพียงเล็กน้อยนั้นไปก็ตาม

สำหรับตัวผมเอง ผมอดคิดไม่ได้ว่าควรมีแนวทางแก้ปัญหาต่างๆ บนเกาะบาหลีที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น แม้บาหลีจะฟื้นตัวจากภัยธรรมชาติดังกล่าวได้ แต่บรรดาผู้นำควรคิดถึงอนาคตด้วยเช่นกัน

แม้ว่าการท่องเที่ยวบาหลีจะเติบโตสดใสถึง 20% ต่อปี ซึ่งส่งผลให้เกาะเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่การพัฒนาดังกล่าวกลับไม่ทั่วถึง เพราะกระจุกตัวอยู่แค่พื้นที่ทางใต้ ขณะที่หมู่บ้านทางเหนือที่ห่างไกลความเจริญกลับถูกทอดทิ้ง

ผมคิดว่าต้องมีการจัดการความไม่เท่าเทียมดังกล่าว โดยการดำเนินการสำคัญคือการฟื้นฟูสนามบินในทางเหนือของเกาะ เพื่อบรรเทาความแออัดของสนามบินทางใต้ และกระจายผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวให้ทั่วถึง

การปะทุของอากุงครั้งล่าสุด ควรก่อให้เกิดแรงผลักดันสิ่งใหม่ๆ ไม่ใช่สร้างความเฉื่อยชายิ่งกว่าเดิม n

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก