
มัลลิการ์ย่อไซส์ลุยปั๊มลดต้นทุน
ต้นทุนต่ำ4เท่าคลุม4มุมเมือง โกอินเตอร์สิ้นปีนี้เปิดสิงคโปร์
โพสต์ทูเดย์
— เย็นตาโฟเครื่องทรง ปรับแผนขยายผ่านปั๊ม ลดต้นทุน 4 เท่าตัว พร้อมบุกสิงคโปร์ปลาย ต.ค.นี้ หวังสิ้นปี 400 ล้านนางมัลลิการ์ หลีระพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด ผู้บริหารธุรกิจร้านอาหาร 5 ยี่ห้อ คือ ร้าน อ.มัลลิการ์ เรือนมัลลิการ์ เย็นตาโฟเครื่องทรง ปังยิ้ม และร้านปาปาปอนด์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจเพื่อลดต้นทุนดำเนินการร้านอาหารในเครือ โดยเฉพาะแบรนด์เย็นตาโฟเครื่องทรงจะขยายสาขาร้านเข้าสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ซึ่งในสิ้นปี 2553 จะมีสาขาใหม่ในปั๊มน้ำมัน ปตท. 2 แห่ง คือ ปตท.ถนนบางนาตราด และถนนวิภาวดีรังสิต ตามยุทธศาสตร์ร้านที่ต้องการมีสาขาครอบคลุม 4 มุมเมืองกรุงเทพฯ
สำหรับสาขาร้านเย็นตาโฟเครื่องทรงในปั๊มน้ำมันยังได้ปรับรูปแบบธุรกิจใหม่ โดยมีพื้นที่ให้บริการเล็กลง หรือขนาด 6070 ตารางเมตร รองรับได้ 3040 ที่นั่ง และใช้พนักงานในร้าน 8 คน วางแนวคิดให้ลูกค้าบริการตัวเอง ซึ่งแนวคิดร้านรูปแบบใหม่ดังกล่าวช่วยให้บริษัทลดต้นทุนในภาพรวมทั้งการดำเนินการ บริหารจัดการ และค่าเช่าพื้นที่ลงได้กว่า 34 เท่าตัว ใช้งบลงทุนเฉลี่ยไม่ถึง 2 ล้านบาทต่อสาขา เทียบกับร้านเย็นตาโฟเครื่องทรงรูปแบบเดิมที่เปิดในศูนย์การค้า พื้นที่กว่า 200 ตารางเมตร นั่งได้ 92100 ที่นั่ง และใช้พนักงานในร้านกว่า 40 คน ที่ปัจจุบันบริษัทได้ปรับรูปแบบใหม่จากการใช้ครัวกลาง ทำให้ใช้พนักงานต่อสาขาน้อยลงอยู่ที่ 1718 คน
บริษัทวางแผน 35 ปี จะขยายสาขาร้านเย็นตาโฟเครื่องทรงในปั๊มน้ำมันได้กว่า 34 แห่งต่อปี โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการสาขาใหม่ได้ทั้งสิ้น 18 สาขา ส่วนร้านอาหารอื่นในเครือบริษัทแบ่งเป็น ร้าน อ.มัลลิการ์ 1 แห่ง ร้านอาหารเรือนมัลลิการ์ 2 แห่ง ร้านปังยิ้มไม่มีหน้าร้าน พร้อมกับร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง และร้านปาปาปอนด์ บริการอาหารกลุ่มพิซซามี 5 สาขา
ทั้งนี้ บริษัทวางแนวคิดร้านอาหารในเครือรองรับกลุ่มครอบครัวให้มีทางเลือกในแต่ละเมนูอาหารประเภทต่างๆ ที่สามารถเข้ามารับประทานภายในร้านร่วมกันได้ พร้อมชูเมนูอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มเติม เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นให้เข้ามารับประทานอาหารในร้านเย็นตาโฟนเครื่องทรงมากขึ้น จากปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารมีการแข่งขันรุนแรง จากการที่ร้านอาหารแบรนด์เนมใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศเข้ามาแข่งมากขึ้น ทั้งในและต่างประเทศเปิดให้บริการเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้น
พร้อมมีแผนขยายร้านเย็นตาโฟเครื่องทรงไปยังสิงคโปร์เป็นประเทศแรก คาดว่าจะสรุปได้ในเดือน ต.ค. และเปิดได้สิ้นปีนี้ในรูปแบบร่วมกับพันธมิตรลักษณะบูธจำหน่าย ส่วนรายได้บริษัทคาดว่าสิ้นปีนี้ 400 ล้านบาท เติบโตลดลง 20%ต่อเนื่อง จากปัจจัยลบด้านการเมือง และเศรษฐกิจชะลอตัวนับแต่ปี49 ที่ผ่านมา







