
ยูโอบีลุยตลาดเกิดใหม่
บลจ.ยูโอบี ออกกองทุนยูไนเต็ด อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต อินคัม เจ้าแรกกระจายลงทุนทุกสินทรัพย์ในประเทศตลาดเกิดใหม่ดักทางเงินไหลเข้า
บลจ.ยูโอบี ออกกองทุนยูไนเต็ด อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต อินคัม เจ้าแรกกระจายลงทุนทุกสินทรัพย์ในประเทศตลาดเกิดใหม่ดักทางเงินไหลเข้า
น.ส.รัชดา ตั้งหะรัฐ ประธาน เจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทออกกองทุนเปิด ยูไนเต็ด อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต อินคัม ฟันด์ (UEMIF) เปิดเสนอขายครั้งแรกวันที่ 5-12 ต.ค.นี้ และถือเป็นกองทุนแรกในไทยที่ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย (มัลติแอสเสท) ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เศรษฐกิจเติบโตโดดเด่น และเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโต
ทั้งนี้ กองทุน UEMIF จะลงทุนผ่านกองทุนหลัก AB SICAV I-Emer ging Markets Multi-Asset Portfolio ซึ่งบริหารจัดการโดย AllianceBernstein ซึ่งกองทุนหลักมีความยืดหยุ่นในการปรับ พอร์ตการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด เพื่อลดความผันผวนพอร์ตการลงทุนและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม
"กองทุนนี้จะลงทุนครอบคลุมทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสกุลเงินต่างประเทศ มีความยืดหยุ่นในการปรับความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนและกระแสเงินสดสม่ำเสมอ" น.ส.รัชดา กล่าว
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ปัจจุบันระดับราคาของหุ้น ตราสารหนี้ ยังอยู่ในระดับที่ต่ำและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีกว่าการลงทุนในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้น การลงทุนครอบคลุมในสินทรัพย์หลากหลายประเภทในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ จะเป็นการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว
สำหรับพอร์ตลงทุนของกองทุนหลัก ณ เดือน มิ.ย. 2560 ให้น้ำหนักลงทุนในหุ้นประมาณ 72% และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 5.59% ต่อปี เทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน MSCI Emerging Markets Index ที่ 5.30%
ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ 5 ปีข้างหน้า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เศรษฐกิจขยายเติบโต 4.8% ต่อปี เทียบกับเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว 3.6% ในขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนปรับตัวดีขึ้น เช่นเดียวกับทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตดีขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2559 อีกทั้งภาวะดอกเบี้ยทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำจากการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศต่างๆ จะสนับสนุนให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นและตราสารหนี้ของตลาดเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง







