
มะกันถกคุมเข้มปืน
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ เหตุการณ์สะเทือนขวัญ สตีเฟน แพดด็อควัย 64 ปี ลงมือกราดยิงจากชั้น 32 โรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ โฮเต็ล ในลาสเวกัส ลงไปยังคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่จัดขึ้นใกล้กับโรงแรมดังกล่าว ซึ่งเป็นเหตุการณ์กราดยิงที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 59 ราย และบาดเจ็บอีก 527 ราย สร้างการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการควบคุมอาวุธปืนของสหรัฐ
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เหตุการณ์สะเทือนขวัญ สตีเฟน แพดด็อควัย 64 ปี ลงมือกราดยิงจากชั้น 32 โรงแรมมัณฑะเลย์ เบย์ โฮเต็ล ในลาสเวกัส ลงไปยังคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่จัดขึ้นใกล้กับโรงแรมดังกล่าว ซึ่งเป็นเหตุการณ์กราดยิงที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 59 ราย และบาดเจ็บอีก 527 ราย สร้างการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการควบคุมอาวุธปืนของสหรัฐ
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ตำรวจพบอาวุธปืนทั้งหมด 23 กระบอกในห้องพักของแพดด็อคที่ลาสเวกัส รวมถึงปืนไรเฟิล รุ่น เอเค-47 และรุ่นเออาร์-15 ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธสังหารสำคัญ เจ้าหน้าที่ยังพบปืนอีก 19 กระบอกในบ้านของแพดด็อคที่รัฐเนวาดา
หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า ปืนอย่างน้อยหนึ่งกระบอกมีระบบการยิงแบบอัตโนมัติ แต่การหาซื้อปืนอัตโนมัติเป็นเรื่องยาก เนื่องจากถูกควบคุมเข้มงวดจากกฎหมายเมื่อปี 1986 ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงคาดว่าแพดด็อคใช้วิธีปรับแต่งให้ปืนเอเค-47 กลายเป็นปืนอัตโนมัติอย่างผิดกฎหมายด้วยการติดตั้งคานเหวี่ยงปืนเข้าไป ซึ่งซื้อออนไลน์ได้ในราคา 40 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี คนทั่วไปยังสามารถครอบครองปืนอัตโนมัติได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ต้องได้รับการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวด โดยเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา สมาคมผู้เก็บสะสมและค้าปืนของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนปืนอัตโนมัติที่ลงทะเบียนกับรัฐบาลมีจำนวน 4.9 แสนกระบอก
ปัญหาเรื่องการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งใช้ในการก่อเหตุสะเทือนขวัญชาวอเมริกันหลายครั้ง ทำให้พรรคเดโมแครตผลักดันแก้กฎหมายคุมอาวุธปืน แต่ความพยายามดังกล่าวไม่เคยประสบความสำเร็จ
ล่าสุดนั้น ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายคุมเข้มการครอบครองปืน ด้าน แนนซี่ เปโลซี่ ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการพิเศษดูแลเรื่องกฎหมายอาวุธปืนโดยเฉพาะ ซึ่งต้องจับตาว่า ความพยายามนี้จะนำไปสู่การแก้กฎหมายคุมอาวุธปืนอย่างจริงจังหรือไม่
เปิดประวัติมือปืน
หลังก่อเหตุกราดยิงเมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา สื่อหลายแห่งระบุว่า สตีเฟน แพดด็อค ชาวอเมริกันผิวขาวผู้ก่อเหตุ ได้ปลิดชีพตัวเองแล้ว
เอริก แพดด็อค ผู้เป็นน้องชายระบุว่า พี่ชายเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง โดยในอดีตเป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และพนักงานบัญชี แต่สตีเฟนติดการพนันอย่างหนัก
แม้เพื่อนบ้านเปิดเผยว่า สตีเฟนมีพฤติกรรมแปลกๆ เพราะมักจะเก็บตัวอยู่ในบ้านและปิดม่านหน้าต่างตลอดเวลา แต่เอริกยืนยันว่า พี่ชายไม่เป็นโรคจิตเภท ติดแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาเสพติดใดๆ
นอกจากนี้ บุคคลที่รู้จักสตีเฟนยืนยันว่า เขาไม่สนใจแนวคิดสุดโต่ง และมีวี่แววว่าจะลงมือก่อการร้ายแม้แต่น้อย







