
พูนพัชร วรรธนวินิจ ออมผ่านแองเจิ้ล อินเวสเตอร์
พรสวรรค์ นันทะในยุคที่คนนิยมแชร์ภาพสวย เรื่องราวต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ไลน์ กันอย่างกว้างขวางได้กลายเป็นช่องทางให้คนที่มีไอเดียทำเงินได้ไม่ยาก อย่าง "ข้าวโอ๊ต" พูนพัชร วรรธนวินิจ หนุ่มวัย29 ปี ก็เป็นอีกคนที่สามารถใช้ความถนัดในด้านแฟชั่นมาสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในโซเชียลมีเดีย
พรสวรรค์ นันทะ
ในยุคที่คนนิยมแชร์ภาพสวย เรื่องราวต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ไลน์ กันอย่างกว้างขวางได้กลายเป็นช่องทางให้คนที่มีไอเดียทำเงินได้ไม่ยาก อย่าง "ข้าวโอ๊ต" พูนพัชร วรรธนวินิจ หนุ่มวัย29 ปี ก็เป็นอีกคนที่สามารถใช้ความถนัดในด้านแฟชั่นมาสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในโซเชียลมีเดีย
พูนพัชร เล่าว่า เดิมทีก็ขายเสื้อผ้า Style Syrups ปกติบนออนไลน์ ซึ่งเริ่มทำมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่มาปีนี้ดูเหมือนคู่แข่งจะเยอะมาก แถมราคาถูกลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะเสื้อผ้าจากตลาดจีนและเกาหลีที่ถูกและคนซื้อได้สะดวกขึ้น เมื่อมีลาซาด้าและอาลีบาบาซึ่งเป็นรายใหญ่นำเข้ามาเอง จึงเริ่มปรับตัวเองมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการทำธุรกิจแทนช่องทางเดิม เพราะเราเป็นรายเล็กไม่จำเป็นต้องไปแข่งราคากับรายใหญ่ที่โอกาสสำเร็จยาก
ผมจึงเริ่มเบนเข็มหาช่องมา เป็นหุ้นส่วนและผู้ก่อตั้ง Cococoatbkk. com ร้านให้เช่าและขายเสื้อโค้ตกันหนาว ออนไลน์ ในกลุ่มแบรนด์คุณภาพไฮเอนด์และอุปกรณ์การท่องเที่ยวต่างๆ ที่อินเทรนด์มาตอบโจทย์ กลุ่มคนที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวและชอบแชร์ประสบการณ์และภาพสวยๆ บนโซเชียล เพราะทุกวันนี้การท่องเที่ยวโตได้ดีและเปลี่ยนไปจากเมื่อ 10 ปีก่อนมาก แต่ก่อนจะไปไหนทีต้องไปกับทัวร์ แต่ปัจจุบันอยากไปวันนี้พรุ่งนี้ก็จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์หยิบพาสปอร์ตไปได้เลย
ที่สำคัญคนในปัจจุบันนิยมแชร์ประสบการณ์การท่องเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ที่ตัวเองไปเยี่ยมชมบนโซเชียล การแต่งตัว ให้ดีมีสไตล์กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยม ผมจึงใช้ช่องทางที่การ ท่องเที่ยวก็โตแฟชั่นในโลกโซเชียลก็มาให้เช่าเสื้อโค้ตสวยๆ ระดับแบรนด์เนมไว้ให้เช่าแบบไม่ซ้ำ ไม่ต้องซื้อแพงๆ ให้ลูกค้าเก็บเงินไว้เที่ยวให้สบายใจดีกว่า เรามีทั้งเสื้อกันหนาวขนเป็ด โค้ตผ้าวูล โค้ตขนมิงก์ หรือเสื้อขนเฟอร์ แจ็กเกตหนัง พร้อมแถมอุปกรณ์กันหนาวต่างๆ นอกจากนี้ เรายังให้คำแนะนำรายละเอียดต่างๆ กับลูกค้าในเรื่องแฟชั่น ซึ่งผมถนัดอยู่แล้วให้ลูกค้าฟรีๆ ด้วย เพื่อนแนะนำเพื่อนด้วย
"สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจของผมคือ จะไม่กู้เงินจากแบงก์เลย ใช้วิธีเก็บเงินไว้เอง มีโอกาสหรือเห็นจังหวะในการลงทุนค่อยเอาเงินมาต่อเงิน โดยผมจะจ่ายเงินเดือนตัวเองใน Cococoatbkk.com ประมาณ 5 หมื่นบาท นอกจากนั้นส่วนใหญ่จะนำไปหมุนเวียนซื้อสินค้าต่อ และจ่ายเงินปันผลปลายปีให้ผู้ถือหุ้น (รวมตัวเอง) บวกกับผมมีรายได้ประจำจากการเป็น Regional Product Manager, Growth จากบริษัท aCommerce Group อีก เป็นการมีรายได้จากหลายกระเป๋า" ข้าวโอ๊ต กล่าว
เขาเล่าว่า การบริหารรายรับที่มีเข้ามาประมาณ 6 หลักในแต่ละเดือน จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนแรกจะแบ่งเป็นกระแสเงินสดในมือเพื่อตุนเงินสดสภาพคล่องเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินให้อยู่ได้ไปอีกไม่น้อยกว่า 6-7 เดือน โดยไม่ทำงานได้สบายๆ ซึ่งทำมาตั้งแต่เรียนจบปริญญาโท เมื่อปี 2556
และส่วนที่เหลือจะแบ่งเงินไปลงทุนให้เงินทำงานต่อทั้งหมด ทั้งลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8-15% และเป็นนักลงทุนอิสระที่ให้คุณค่ากับธุรกิจในระยะเริ่มต้น หรือ Angel Investor กับสตาร์ทอัพในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเริ่มทำมาเมื่อ 3 ปีก่อน เพราะการเป็น Angel Investor ก็เหมือนการลงทุนในหุ้นที่ยังไม่ได้เข้าตลาดเป็นการลงทุนในระยะยาว ตัวนี้จะรอยาวๆ ถ้าออกสำเร็จน่าจะได้ผลตอบแทนมากกว่า 500%
นอกจากนั้นก็จะแบ่งเงินลงทุนซื้อประกันชีวิตและประกันสุขภาพ เอาไว้ลดรายจ่ายตอนเข้าโรงพยาบาล รวมถึงกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อลดหย่อนภาษี และลงในกองทุนรวมลงไว้ Hedge หรือป้องกันความเสี่ยงของตัวเองจากพอร์ตในตลาดหุ้น
ข้าวโอ๊ต เล่าต่ออีกว่า การเป็นฟรีแลนซ์ในบางช่วงที่ขายไม่ดี ยอดไม่ได้ตามเป้าก็ไม่กระทบ เพราะจะลิมิตรายจ่ายตัวเอง เที่ยวและออกจากบ้านน้อยลง เพราะการประหยัดน่าจะทำได้ง่ายกว่าหาเงินเพิ่ม ซึ่งทำให้มีเวลาทำงานและโฟกัสมากขึ้น เพราะการท่องเที่ยวในแต่ละปีจะพีกช่วงเดือน ต.ค.-เม.ย. ซึ่งลูกค้าจะเข้ามาเยอะ แต่ในช่วงที่เหลือของปีต้องลิมิตการใช้จ่าย และปรับตัวหาสินค้าอื่นที่ไม่ใช่เกี่ยวกับการเสื้อผ้าแฟชั่นมาขายเสริม เช่น ขายถุงสุญญากาศประหยัดพื้นที่ ไอเดียใหม่ในการแพ็กกระเป๋าเดินทาง เป็นต้น
"การเก็บเงินที่ทำอยู่จริงๆ น่าจะเป็นการเอาเงินมาต่อเงิน หรือให้เงินทำงาน เหมือนวิธีการหาเงินอีกแบบใช่การออม ที่ผมค้นพบจากการที่ ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กเลยสั่งสม และทำให้รู้ว่าเราไม่ควรเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์อย่างเดียว อีกอย่างการเก็บเงินก็ไม่เคยมองว่าต้องได้เท่าไร แค่มีความสุขกับสิ่งที่เราทำ อยากทำงานไปเรื่อยๆ ไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อเปิดโลกบ้าง แต่ก็ไม่เป็นคน อู้ฟู่ ต้องแบรนด์เนม รถก็ไม่ค่อยขับ ใช้รถไฟฟ้า ก็ยังมีความสุขดี (พร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี)" พูนพัชร กล่าว







