posttoday
เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง

เศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง

01 ตุลาคม 2560

พรสรรค์ นันทะ "วิรไท สันติประภพ" ชี้ปรับขึ้นจีดีพีไม่ใช่การส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ชี้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางหลายจุด เตรียมออกมาตรการดูแลเป็นการเฉพาะในแต่ละจุดเพิ่มเติม ยังห่วงเอ็นพีแอลรายย่อยพุ่ง

พรสรรค์ นันทะ

"วิรไท สันติประภพ" ชี้ปรับขึ้นจีดีพีไม่ใช่การส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ชี้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางหลายจุด เตรียมออกมาตรการดูแลเป็นการเฉพาะในแต่ละจุดเพิ่มเติม ยังห่วงเอ็นพีแอลรายย่อยพุ่ง

วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ปัจจุบันเศรษฐกิจจะขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่ง ธปท.ได้ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 3.5% เป็น 3.8% และปีหน้าปรับขึ้นจาก 3.7% เป็น 3.8% แต่การปรับคาดการณ์จีดีพีขึ้นก็ไม่ใช่การมาส่งสัญญาณว่า ดอกเบี้ยจะปรับขึ้นจากปัจจุบันที่ 1.5% เพราะเมื่อเห็นตัวเลขเศรษฐกิจดีจริงก็ต้องปรับจีดีพีขึ้นเป็นธรรมดา และแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นแต่ก็ไม่จำเป็นต้องปรับตาม ต้องดูปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก

สำหรับประเด็นที่ ธปท.จะเลิกผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เมื่อไรนั้น วิรไท กล่าวว่า การทำนโยบายการเงินหรือการดูแลระดับดอกเบี้ยที่จะมีหน้าที่หลักๆ คือ ให้แน่ใจว่าวัฏจักรเศรษฐกิจ (Business Cycle) และวัฏจักรการเงิน (Finance Cycle) ให้มันเคลื่อนไหวไปในทางที่จะทำให้เศรษฐกิจโตได้เต็มที่ โดยที่ไม่สร้างปัญหาในระยะยาว ซึ่งใช้การดูแลจาก 3 ส่วนหลัก คือ 1) ดูเงินเฟ้อ 2) ดูเศรษฐกิจว่าเติบโตได้ตามศักยภาพหรือไม่ เข้มแข็งหรือไม่ และ 3) มีจุดเปราะบางในเสถียรภาพกรอบเงินเฟ้อการเงินหรือไม่

ทั้งนี้ ธปท.ดูแลเงินเฟ้อโดยใช้กรอบเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Inflation Targeting) ที่ตั้งไว้ที่ 1-4% ซึ่งต้องดูเสถียรภาพด้านราคาและมีความกังวลเมื่อเงินเฟ้อขึ้นสูงต่อเนื่อง จะมีผลต่อการฟื้นตัวหรือการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ถ้าเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายบ้าง แต่เศรษฐกิจขยายตัวได้ก็อาจจะไม่กังวลเท่าช่วงที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งมีผลต่อการคาดการณ์ไปข้างหน้า เช่น การจ้างงานก็ต้องบวกเพิ่มสูงขึ้น ค่าเช่าบ้านก็บวกไปก่อน จะตั้งราคาอะไรก็ต้องบวกเพิ่ม ฯลฯ กลายเป็นเงินเฟ้อจะเพิ่มต่อเนื่อง

การที่เงินเฟ้อต่ำทำให้มีช่องมากขึ้น ในการใช้นโยบายการเงินไปคำนึงถึงการเติบโตเต็มศักยภาพได้มากขึ้น โดยจีดีพีปีนี้อาจจะโตที่ 3.8% ซึ่งใกล้กับระดับที่จะโตเต็มศักยภาพของเศรษฐกิจไทยที่ 4% เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องเงินเฟ้อ แต่อาจจะต้องไปดูเรื่องเสถียรภาพเศรษฐกิจจากการที่ดอกเบี้ยต่ำมานานๆ ด้วย เช่น ปัญหาการนำเงินไปแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพราะเริ่มเห็นความเปราะบางทางการเงินในหลายๆ จุดบ้างแล้ว อย่างการไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่ได้จัดอันดับเครดิต ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาสะสมไปในอนาคตได้ ซึ่ง ธปท.ก็ต้องมีมาตรการเฉพาะออกมาดูแลเป็นจุดๆ บ้าง

"มีจุดเปราะบางในหลายจุด วันนี้อาจจะไม่เป็นปัญหาแรง เช่น การเข้าสู่สังคมสูงอายุ เรามีฐานการออมที่เพียงพอมากน้อยแค่ไหน การที่ดอกเบี้ยต่ำไปนานๆ อาจทำให้เกิดแรงจูงใจในการออมต่ำ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงก็เป็นเหรียญอีกด้านของการออมที่ต่ำ มีการก่อหนี้กลายเป็นจุดเปราะบาง เพราะเวลามีหนี้สูงเกิดช็อกอะไรขึ้นมาก็น็อกได้ง่ายๆ กระทบทั้งระดับเศรษฐกิจครัวเรือนและภาพใหญ่ได้" วิรไท กล่าว

นอกจากนี้ การที่ดอกเบี้ยต่ำเงินก็ไหลไปหาที่ที่ ธปท.ไม่ได้เข้าไปดูแลมากนัก เช่น สหกรณ์ หรือแชร์ลูกโซ่ ที่คนพยายามหาผลตอบแทนสูงจนอาจลืมความเสี่ยง ส่วนการไปลงตราสารที่ไม่ได้จัดอันดับที่ระดมเงินสั้นไปลงทุนยาว ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาได้

ส่วนการจะทำให้เศรษฐกิจกระจายไปถึงคนฐานรากได้ หรือนโยบายการเงินอะไรที่จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้บ้างนั้น ต้องบอกว่านโยบายการเงินมันไม่ได้มีผลทันที เพราะถ้าจะให้ได้ผลจะต้องลดดอกเบี้ยแรงมาก แต่จะมีปัญหาเงินเฟ้อสูงขึ้น และมีผลข้างเคียง เพราะสังคมสูงอายุที่พึ่งรายได้ดอกเบี้ยก็อาจกระทบ ส่วนลูกค้าที่กู้เงินไม่ได้ก็ไม่ได้อยู่ที่ดอกเบี้ยสูง แต่เป็นปัญหาของการเข้าถึงสินเชื่อมากกว่า เพราะดูจากอัตราสินเชื่อปล่อยใหม่ลดลง และยังมีการใช้เงินสินเชื่อไม่เต็มวงเงิน

สำหรับปัจจัยที่จะดูและเริ่มส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยได้นั้น ต้องดูให้รอบคอบในหลายด้าน ไม่ได้โฟกัสที่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง ทั้งนี้ กำลังซื้อในประเทศ (อุปสงค์) ต้องเข้มแข็งกว่านี้ และต้องดูสภาวะเงินเฟ้อแต่ละช่วงเวลาด้วย

สำหรับปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในส่วนที่เกี่ยวกับส่งออกเริ่มเห็นว่า ดีขึ้น แต่ก็ มีในบางอุตสาหกรรมโดย เฉพาะในธุรกิจขนาดเล็กก็มีแนวโน้มขึ้นอยู่ เช่น พาณิชย กรรม หรือธุรกิจที่มีความสามารถในการแข่งขันลดลง ปรับตัวไม่ได้ เหล่านี้มีเอ็นพีแอลอยู่ ส่วนเอ็นพีแอลภาพรวมในไตรมาส 2 ปีนี้ ยังอยู่ที่ 2.95%

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก