posttoday
ก่อนปิด พระที่นั่งอนันต์

ก่อนปิด พระที่นั่งอนันต์

01 ตุลาคม 2560

การที่มีข่าวว่าพระที่นั่งอนันตสมาคม จะปิดถาวร ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2560 เป็นต้นไป

โดย ส.สต

การที่มีข่าวว่าพระที่นั่งอนันตสมาคม จะปิดถาวร ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2560 เป็นต้นไป ผมจึงต้องรีบไปชมเมื่อบ่ายวันที่ 25 ก.ย. 2560 ซึ่งได้รับความสะดวก เพราะผู้คนที่เข้าคิวชมตอนเช้าหลายวันติดต่อกันได้ทยอยกลับ จึงสะดวกสำหรับผู้ที่ไปบ่ายแก่ๆ แต่มีเวลาจำกัด เมื่อใกล้เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่นับสิบคนเตรียมยึดพื้นที่กลับคืน เพราะเวลา 16.30 น. ต้องไม่มีใครหลงอยู่ในนั้น เว้นแต่ รปภ.

แม้จะมีเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษๆ ก็คุ้มค่าสำหรับผมที่เพิ่งมีโอกาสเข้าชมเป็นหนแรก ตื่นตาตื่นใจไปทุกอย่าง นับตั้งแต่ศิลป์แผ่นดิน ผลงานสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นงานศิลปะของแผ่นดิน งานศิลปะที่ผลิตโดยช่างที่เป็นลูกชาวบ้าน แต่ได้รับการฝึกฝนงานศิลปะโดยมูลนิธิ ส่งเสริมศิลปาชีพ

แต่ละชิ้นงานงามเลอเลิศ และผู้เข้าชมสามารถซึมซับข้อมูลจากอุปกรณ์คล้ายโทรศัพท์มือถือที่เจ้าหน้าที่มอบให้ผู้เข้าชมยืมฟังโดยกดหมายเลขประจำตู้จัดแสดง คำบรรยายกระชับกะทัดรัดก็จะพรั่งพรู ออกมา ถ้าต้องการจดจำเพื่อไม่ให้ลืมง่ายๆ ต้องตั้งสมาธิ เพื่อจะได้มีสัญญาความจำได้หมายรู้ติดตัวไปนานๆ เพราะที่นี่เป็นเขตหวงห้าม คือ ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตัวเข้าไปเด็ดขาด ต้องฝากทุกอย่างที่กล่องรับฝาก เว้นแต่กระเป๋าสตางค์ให้นำติดตัวไปได้

ศิลป์แผ่นดิน

ในการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ในพระที่นั่งอนันตสามาคม ที่ชั้น 2 มีประมาณ 26 ชิ้นงาน (ยกเว้นพิพิธภัณฑ์ที่ชั้นที่ 1) บางชิ้นงานแวววาวด้วยปีกแมลงทับ

จะขอนำข้อมูลจากเว็บไซต์ที่กล่าวถึง ชิ้นงานไว้แต่ละชิ้น ดังนี้

บุษบก คือ มณฑปขนาดเล็ก มีด้านข้างโปร่ง ใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในพระราชพิธี หรือเป็นที่ประดิษฐานปูชนียวัตถุ เช่น พระพุทธรูป หรือพระไตรปิฎก

พระที่นั่งกง มีลักษณะเป็นพระราชอาสน์ขนาดเล็ก เรียกชื่อตามลักษณะของราวที่วางพาดพระกรซึ่งโค้งเป็นวงเหมือนกับกงรถโอบด้านหลังไว้ติดกับกระดานพิง พระที่นั่งกง มีขนาดกะทัดรัด

บทร้อยกรองซึ่งมีเนื้อหาถ่ายทอดถึงความทุกข์ยากแร้นแค้นของชาวนาไทยที่ต้องเผชิญมรสุมแห่งความยากลำบาก จวบจนเมื่อได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เรือพระที่นั่งมงคลสุบรรณจำลอง เป็นผลงานจากช่างฝีมือของสถาบันสิริกิติ์ แผนกเครื่องเงินเครื่องทอง แกะสลักไม้ ถมทอง ลงยาสี และตกแต่งปีกแมลงทับ เรือพระที่นั่งศรีประภัศรไชยจำลอง ผลงานของสถาบันสิริกิติ์ องค์นี้มีโครงเรือและคานเรือทำด้วยเงินทาทอง กงเรือเป็นงานไม้จำหลักปิดทองคำเปลว

งานปักผ้าด้วยวิธีที่เรียกว่า "ปักซอย" เป็นงานประณีตศิลป์ของไทยแต่โบราณ ที่มีความละเอียดอ่อน ช่างปักจะบรรจงปักเรียงด้วยเส้นไหมที่ละเอียดที่สุด

ฉากจำหลักไม้ เรื่องสังข์ทอง เป็น ผลงานการแกะสลักไม้สักที่มีความแตกต่างและพิเศษด้วยการเชื่อมต่อเรื่องราวของฉากทั้งสองด้านด้วยกัน ฉากจำหลักไม้เล่าเรื่องสังข์ทองตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บั้นต้นผูกตามชิ้นฟักซึ่งนางจัน พระมารดาพระสังข์ลอบเข้าไปเป็นวิเสททำเครื่องต้นแกะชิ้นฟักจำหลักเรื่อง บั้นปลายผูกจำหลักเป็นตอนรจนาทิ้งพวงมาลัย ตีคลี ถอดรูป และเลียบนคร เป็นที่สุด ดังจะได้เห็นขบวนวิธีจำหลักรูปพระราชวัง พิมาน อันงดงาม วิจิตร สมจริง ลอยเด่นด้วยการฉลุฉากให้ปรุตลอดทะลุไปใช้ร่วมกับฉากอีก

อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ตั้งแสดงที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ถึงวันที่ 1 ต.ค. 2560 และจะนำไปเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ชั่วคราวที่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา ในเดือน ก.พ. 2561

ศิลปะที่เพดานโดม

อีกงานหนึ่งที่ผมตั้งใจเพื่อไปชม คือ ฝีมือช่างศิลปะสมัยรัชกาลที่ 6 ที่เพดานโดม แต่ก่อนจะชมภาพบนเพดานโดม ต้องถวายความเคารพเศวตฉัตร 9 ชั้น และพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ที่ประทับของ พระมหากษัตริย์เมื่อเสด็จออก เพื่อทรงเปิด สมัยประชุมรัฐสภา หรือเพื่อพระราชทานรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราเห็นการถ่ายทอดสดทางทีวีเสมอ เมื่อพบของจริงก็ต้องสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณครับ

งานศิลปะดั้งเดิมที่ระรานตาอยู่ที่เพดานโดม ทั้ง 6 ยอด ของพระที่นั่งอนันตสมาคม ก็คงเหมือนเดิม ซึ่งเป็นภาพเขียนเกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2450 เนื่องในมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 40 ปี

ภายในพระที่นั่ง บนเพดานโดมมีภาพเขียนเฟรสโก เขียนบนปูนเปียก ซึ่งภาพจะติดทนกว่าภาพที่เขียนบนปูนแห้ง (ภาพจิตรกรรมไทยนิยมเขียนแบบปูนแห้ง) เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1-6 จำนวน 6 ภาพ โดยฝีมือเขียนภาพของ ซี. รีโกลี และศาสตราจารย์แกลิเลโอ กินี

รายละเอียดภาพเขียน

เพดานโดมด้านทิศเหนือ เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ครั้งดำรง พระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เสด็จกลับจากราชการทัพที่เขมร

เพดานโดมด้านทิศตะวันออก เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอุปถัมภ์งานศิลปะ

เพดานโดมด้านทิศตะวันตก เป็นภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว เสด็จประทับเบื้องหน้าพระพุทธชินสีห์ แวดล้อมด้วยพระภิกษุและนักบวชต่างชาติศาสนนิกายต่างๆ แสดงนัยแห่งพระราชจรรยาที่ทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาโดยไม่รังเกียจกีดกัน

เพดานโดมด้านทิศใต้ของท้องพระโรงกลาง เป็นภาพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานอภัยทาน และทรงเลิกประเพณีทาส

เพดานโดมด้านทิศตะวันออกของท้อง พระโรงกลาง เป็นภาพเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออกประทับ ณ พระที่นั่งบุษบกมาลาที่มุขเด็จ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องในงาน พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช เมื่อ พ.ศ. 2454

เพดานโดมกลาง ซึ่งเป็นโดมใหญ่ที่สุด มีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร." ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เพดานนับจากจากใต้โดมตลอดทั้งบริเวณ ท้องพระโรงกลางมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร." สลับกัน "วปร." อันเป็นพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว

พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2450 เนื่องในมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 40 ปี เป็นพระที่นั่งหินอ่อนเพียงองค์เดียวในประเทศไทย

ต่อมารัชกาลที่ 7 พระราชทานให้เป็นที่ทำการรัฐสภาแห่งแรกของประเทศไทย จนถึง พ.ศ. 2517 จึงได้ย้ายมาอาคารรัฐสภาหลังใหม่เป็นที่ประชุมแทน

เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์

ในบริเวณใกล้เคียงกันนั้น มีเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ เป็นเรือนยอดทรงไทยล้วน ตั้งอยู่ที่ทิศตะวันออกของพระที่อนันตสมาคม สร้างขึ้นโดยสถาบันสิริกิติ์ มูลนิธิ ส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดสร้างขึ้นในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2557 ถึงเดือน มิ.ย. 2559

เรือนยอดนี้ออกแบบมาทั้งหมด 9 ยอด ซึ่งถือเป็นอาคารที่มีจำนวนยอดปราสาทมากที่สุดในประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมของกรุงรัตนโกสินทร์ นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่มี 5 ยอด

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก